รับเบี้ยผู้สูงอายุ ...
 
Notifications
Clear all

รับเบี้ยผู้สูงอายุ ตามเกณฑ์ใหม่ล่าสุด ดูเงื่อนไข

1 Posts
1 Users
0 Reactions
1,492 Views
เด็กในคลอง
Posts: 186
Admin
Topic starter
(@admin)
Joined: 5 years ago

เปิดหลักเกณฑ์ใหม่ เบี้ยผู้สูงอายุ ใครได้รับสิทธิ ใครไม่ได้บ้าง หากเทียบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิทั้งฉบับก่อนหน้า-ฉบับใหม่ เปลี่ยนไปอย่างไร ใครรับสิทธิได้ ใครรับสิทธิไม่ได้

เบี้ยผู้สูงอายุยังเป็นเรื่องราวที่เป็นที่ถกเถียงของสังคมไทยอย่างต่อเนี่อง จากการออกระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดคุณสมบัติล่าสุดของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยการกำหนดคุณสมบัติใหม่ในครั้งนี้เป็นที่สนใจของสังคมไทยถึงสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุว่าจะมีหลักเกณฑ์การจ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมขนาดไหน

หลักเกณฑ์ รวมทั้งคุณสมบัติผู้ที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ แบบเดิม VS แบบใหม่

หลักเกณฑ์เดิม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ เมื่อปี 2552 ระบุว่า "ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบเก่า

อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็หมายความว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หากไม่ได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จ บำนาญ สามารถรับสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุได้ เพียงยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเกณฑ์ตามเงื่อนไขข้างต้น หากตรงตามหลักเกณฑ์ก็รับเงินได้เลย

หลักเกณฑ์ใหม่ ที่ประกาศล่าสุด เมื่อ 12 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่าต้องเป็น "ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ แก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบใหม่

ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้ จะเปลี่ยนไปจากการที่ให้สิทธิทุกคนที่ไม่ได้รับเบี้ยบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการ มาเป็น การให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ ตามคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำหนดไว้

หากดูรายละเอียดของระเบียบฉบับล่าสุดนั้น แม้ว่าจะมีการระบุบทเฉพาะกาลไว้ว่า หากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน ให้ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายฉบับเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน

คำถามใหญ่ที่ยังเป็นที่สงสัยต่อของสังคมหมายความ อะไรหมายความสิ่งที่จะบ่งบอกว่าผู้ได้รับสิทธินั้นมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนของคณะกรรมการผู้สูงแห่งชาติ รวมถึงรัฐบาลใหม่ในการกำหนดความชัดเจนนี้ให้เกิดขึ้น

ระเบียบใหม่ ยกเลิกสิทธิได้ แต่ไม่เรียกเงินคืน

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่เพิ่มเข้ามาใหม่ความหมาย รายละเอียดกรณีการสิ้นสุดการได้รับเบี้ยยังชีพ กรณีพบว่าไม่มีสิทธิรับ โดยระบุว่า "หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นทราบ เพื่อระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน"

นั่นก็เช่นนั้นแล้วคือ หากได้รับสิทธิแล้ว รวมถึงตรวจสอบภายหลังว่าไม่มีสิทธิรับ จะไม่ได้รับเงินดังกล่าวอีกต่อไป แต่เบี้ยผู้สูงอายุที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ หากได้รับโดยสุจริต ไม่มีการทุจริตใด ๆ ก็จะไม่ถูกเรียกคืน

การลงทะเบียนรับสิทธิ เบี้ยผู้สูงอายุ ทำเช่นไร

คุณสมบัติหลัก 3 ข้อพื้นฐาน สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีบริบูรณ์สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของปีนั้น รวมทั้งเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีถัดไป ก็จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุตั้งแต่เดือนตุลาคมในปีนั้น ๆ โดยสามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.ของทุกปี แต่ถ้าแม้นหากลงทะเบียนช้า หรือรอลงทะเบียนเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ ก็จะได้รับเงินในปีถัดไป

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นต้นไป โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน-1 ตุลาคมของปีนั้น ๆ จึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้ โดยเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพถัดจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี นั่นก็จะเป็นดังเช่นเดือนตุลาคมปีนั้น ซึ่งก็เช่นนั้นแล้วคืออายุครบ 60 ปีเต็มในเดือนตุลาคม 2565

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียน ต้องทำอย่างไร

สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 2566 จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป (ปีงบประมาณ 2567) โดยเตรียมหลักฐานเพื่อลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ดังนี้

1.กรณีลงทะเบียนด้วยตนเอง

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด

2.กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มหมายความ

  1. หนังสือมอบอำนาจ (ยื่นแบบฟอร์มให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

เรียบเรียงใหม่จากเนื้อหาเรื่อง : และอย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ที่เดียว

บริการ Guest Post กับเรา สอบถาม พูดคุย คนคลองม่วง กระบี่


Summer on Thailand

ในปีนี้งานไทยเที่ยวไทยคึกคัก นักท่องเที่ยวล้นอื้อซ่า แห่ซื้อPackage เที่ยว ลด 50% โดยทาง การท่องเที่ยวไทย จัดงานสีสัน ภาคตะวันออก “เที่ยวเกาะใกล้กรุง” ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 21 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาตสิริกิติ์

บ้านเกาะกลาง ใจกลางเมืองกระบี่

หลายท่านที่เคยไปกระบี่ อาจจะเคยถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์ในเมืองทั่วไปทั้งรูปปั้นอันหลากหลายที่สามารถสื่อถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ดี ไม่เว้นแม้กระทั่ง รูปถ่ายของเขาหินปูนสองลูกที่อิงแอบแนบชิดกันที่หลายๆ คนรู้จักกันในนาม เขาขนาบน้ำ

เที่ยวกระบี่ใน 3 วัน ได้แค่ไหนมาดู

เที่ยวกระบี่ใน 3 วัน อยากเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปลงที่ตรงไหน เพราะที่เที่ยวเยอะเหลือเกิน แถมแต่ละแห่งก็ห่างไกลกันจนเดินไปไม่ถึง

ศึกษาธรรมชาติหาดทราย

จังหวัดกระบี่ แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมและนึกถึงเป็นอันดับแรกสุด หากไม่นับเกาะพีพี จะรู้จักไม่กี่แห่ง และหนึ่งในนั้นเป็นเขตอำเภอเมือง อย่าง อ่าวนาง

ท่องเที่ยวกระบี่ตรวจเข้ม

ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว นำเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวตรวจความพร้อมให้บริการท่องเที่ยวทางทะเล เข้มผู้ประกอบการเรือทั้ง จ.ภูเก็ต และกระบี่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมสั่งการให้ตำรวจลงพื้นที่คุมเข้มท่าเรือท่องเที่ยวทุกแห่งในเมืองท่องเที่ยว

ที่พัก คลองม่วง ซันเซ็ท เฮ้าส์ กระบี่

คลองม่วง ซันเซ็ท เฮ้าส์ เป็นที่พักแบบบูติกขนาดเล็ก บริการจัดการโดยเจ้าของโรงแรมที่เป็นกันเอง ตั้งอยู่ในชายหาดที่สวยงามหนึ่งในจังหวัดอันน่าท่องเที่ยวอย่างจังหวัดกระบี่