ผู้ประกอบการเอสเอ็ม...
 
Notifications
Clear all

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมใหม่

1 Posts
1 Users
0 Reactions
798 Views
เด็กในคลอง
Posts: 186
Admin
Topic starter
(@admin)
Joined: 5 years ago

เอสเอ็มอีไทย มีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นดังเช่น การยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการรวมถึงแรงงานในสถานประกอบการ จากการสำรวจของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางแล้วก็ขนาดย่อม (สสว.) พบว่า สถานการณ์ภาพรวมเอสเอ็มอีที่ Up skills แรงงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 8.3% แบ่งตามขนาดของกิจการกลุ่มรายย่อย Up skillsแรงงานเพียง 7% รายย่อม 12.5% รายกลาง 16.5% ตามลำดับหากแบ่งตามประเภทธุรกิจ ภาคการผลิต มีการ Up skills แรงงาน 9.3% ภาคการบริการ 9.2% ภาคการค้า 6.4% หมายรวมไปถึงภาคธุรกิจเกษตร 5.6% ตามลำดับ

โดย นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงความท้าทายการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเทคโนโลยี การใช้ AI ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจเอสเอ็มอีในแต่ละด้านยังขาดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมเพิ่มความตระหนักประกอบกับการเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีหมายรวมไปถึง AI โดยมี 5 ส่วนสำคัญ หมายความว่า

1.เอสเอ็มอีที่นำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการติดต่อ Supplier หรือผู้ขายวัตถุดิบ-สินค้า 62% ระดับ 0 ยังใช้รูปแบบการโทรสั่งหรือติดต่อผู้ขายโดยตรงที่ร้าน ส่วนที่เหลือระดับ 1 มี 28.2% ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ระดับ 2 มี 9.7% ใช้ระบบการสั่งซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็มีส่วนน้อยมากระดับ 3 มี 0.1% ที่ใช้ระบบออนไลน์แบบ Real-time ซึ่งการใช้รูปแบบการสั่งซื้อแบบโทรศัพท์หรือไปหน้าร้าน หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 64.3% ขนาดย่อม 54.2% ร่วมด้วยขนาดกลาง 48.9% หากแบ่งตามประเภทกิจการภาคบริการ 69.2% ภาคการค้า 64.6% ภาคธุรกิจเกษตร 60.7% ภาคการผลิต 49.3% ตามลำดับ

2.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับออกแบบผลิตภัณฑ์ 64.2% เป็นระดับ 0 ยังซื้อแบบสำเร็จรูปในท้องตลาดทั่วไป ระดับ 1 ออกแบบด้วยตนเองโดยการวาด 2D/3D ด้วยมือ 19.5% ระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 15.5% ประกอบกับระดับ 3 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบแล้วก็การผลิต 0.8% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 75.3% ขนาดย่อม 41.7% ประกอบไปด้วยขนาดกลาง 1.4% (ส่วนใหญ่ 64.7% เป็นระดับ 2 ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์) หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 82.6% ภาคบริการ 67.7% ภาคการผลิต 57.8% ตามลำดับ รวมไปถึงภาคธุรกิจเกษตร 27.1% (ส่วนใหญ่เป็นระดับ 2 มี 61% ออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์)

3.เอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีใช้ในกระบวนการผลิต 86.7% ระดับ 0 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรและก็อุปกรณ์ ระดับ 1 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรและอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานบางขั้นตอน 12.3% ระดับ 2 ใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักรร่วมกับอุปกรณ์อัตโนมัติพื้นฐานทุกขั้นตอน 1% รวมถึงระดับ 3 ใช้ระบบ AI 0% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 90.6% ขนาดย่อม 73.7% บวกกับขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคธุรกิจเกษตร 97.8% ภาคบริการ 94.7% ภาคการค้า 93% ประกอบกับภาคการผลิต 72.4%

4.การนำเทคโนโลยีใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) 56.6% ระดับ 0 ลูกค้าสามารถเสนอแนะความพึงพอใจต่อผู้ประกอบการโดยตรง ระดับ 1 มีแพลตฟอร์มออนไลน์รับเรื่องร้องเรียนหรือเสนอแนะความพึงพอใจ 40.3% ระดับ 2 โปรแกรมระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์หรือซอฟต์แวร์เพื่อติดตามงานขายประกอบกับตรวจสอบงานบริการลูกค้า 2.5% ระดับ 3 โปรแกรมระบบวิเคราะห์ข้อมูล Big data ของลูกค้าในเชิงลึก 0.4% บวกกับระดับ 4 โปรแกรม AI ในการบริการลูกค้า 0.2% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการระดับ 0 ขนาดย่อย 60.7% ขนาดย่อม 73.7% หมายรวมไปถึงขนาดกลาง 61.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการระดับ 0 ภาคการค้า 67.7% ภาคธุรกิจเกษตร 57.3% ภาคบริการ 54.9% หมายรวมไปถึงภาคการผลิต 50.3%

5.การนำเทคโนโลยีใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ 31.9% ระดับ 0 ไม่มีการใช้ซอฟต์แวร์ใดๆ ใช้การจดบันทึกด้วยมือบนกระดาษ ส่วนใหญ่ระดับ 1 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 55.4% ระดับ 2 ใช้โปรแกรมเฉพาะ 12.2% ระดับ 3 โปรแกรมและก็ระบบสารสนเทศ 0.4% บวกกับระดับ 4 โปรแกรมร่วมด้วยระบบ AI 0.1% หากแบ่งตามขนาดเป็นกิจการส่วนใหญ่ในระดับ 1 ขนาดย่อย 49.1% ขนาดย่อม 82.2% ประกอบไปด้วยขนาดกลาง 73.6% หากแบ่งตามประเภทกิจการส่วนใหญ่ระดับ 1 ภาคธุรกิจเกษตร 62.9% ภาคการผลิต 59.5% ภาคบริการ 54.6% รวมทั้งภาคการค้า 51.6% ตามลำดับ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สำรวจแรงงานประเทศไทย พบว่า แรงงานไทย 37.5 ล้านคน ทั้งในรวมไปถึงนอกระบบ เป็นแรงงานที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 15.6 ล้านคน (42%) แรงงานระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นร่วมกับตอนปลาย 13.4 ล้านคน (36%) หมายรวมไปถึงแรงงานระดับอุดมศึกษา 8.5 ล้านคน (22%) สะท้อนภาพสอดคล้องกับความต้องการประชากรไทยวัยแรงงานที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถปีละ 5.3 ล้านคน

อุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีในการเข้าถึงร่วมด้วยนำไปใช้ด้านดิจิทัลเทคโนโลยีร่วมด้วย AI คือ
1.การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจ 29.5%
2.ความรู้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านดิจิทัลเทคโนโลยี 21.6%
3.การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน 17.6%
4.ความคุ้มค่าในการลงทุนช้า 9.3%
5.โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลประกอบกับระบบนิเวศทางดิจิทัล 6.6%

ประโยชน์ที่เอสเอ็มอีจะได้รับจากการเร่ง 3 ด้านใหญ่ เพื่อสร้าง Digital Literacy – Social Literacy – AI Literacy ให้เอสเอ็มอีร่วมด้วยแรงงานเติบโตไปพร้อมๆ กัน ด้วยการดำเนินธุรกิจที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น การลดเวลาทำงาน ยกระดับทักษะเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ช่องทางการเพิ่มรายได้หมายรวมไปถึงตลาดใหม่ๆ ลดต้นทุนร่วมด้วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

กรณีศึกษานโยบายการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีประกอบไปด้วยแรงงานเพิ่มขีดความสามารถทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีรวมไปถึง AI อาทิ

ประเทศเวียดนาม นายกรัฐมนตรี ฝัน มิน จิน ได้ 1.ผลักดัน “นโยบาย Global AI Technology Supply Chain” เตรียมพร้อมสร้างกองทัพอัจฉริยะ AI จำนวน 100,000 ราย เพื่อเชื่อมการค้า การลงทุน FDI ในกลุ่มนักลงทุนเทคโนโลยีชั้นสูง 2.มุ่งให้ธุรกิจที่มาลงทุนในเวียดนามเติบโตแข็งแกร่ง รายได้มากขึ้นจากการใช้นโยบายปฏิรูปการอำนวยความสะดวก ให้พร้อมรองรับนักลงทุนมากขึ้น 3.อัดฉีดเงินทุนรวมไปถึงเงินกู้เพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.จัดงาน AI Semiconductor Conference ครั้งแรกของเวียดนาม เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติ

ประเทศจีน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เจิ้ง ชาน เจี๋ย ได้ 1.จัดตั้งกองทุน Start Up แห่งชาติมุ่งเป้าเทคโนโลยีล้ำยุค อาทิ AI Quantum Technology การจัดเก็บพลังงาน Hydrogen 2.มาตรการอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีร่วมด้วยนวัตกรรม เพื่อการลงทุนขยายธุรกิจร่วมกับเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ 3.ปี 2568 จัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ประกอบกับเทคโนโลยี เพิ่ม 8.3%จากปีก่อนเป็น 1.2 ล้านล้านหยวน 4.Low Altitude Economy เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (ต่ำกว่า 1,000 เมตร) เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้จีน เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เพิ่มผู้ประกอบการนวัตกรรม การจ้างงานแรงงานทักษะสูง โดยเปิดตัวสำนักงานการบินระดับต่ำของชาติ การพัฒนาระบบขนส่งสินค้ารวมทั้งมนุษย์ด้วยโดรน การผลิตรถยนต์บินได้เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประกอบกับป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเบื้องต้นภายในปี 2569

5.Little Giants 2025 สร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจีนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแล้วก็เทคโนโลยี 1,000,000 รายทั่วประเทศ ร่วมกับบ่มเพาะให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมสนับสนุนด้านการเงิน ภาษี งานวิจัยนวัตกรรมเชื่อมต่อ Global Supply chain อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด AI บวกกับ EV ให้เป็น Little Giants จำนวน 10,000 รายภายในปี 2568 แต่จีนสามารถทำเสร็จตั้งแต่ปี 2567 ราว 15,000 ราย

ประเทศอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโจโก้ วีโดโด โดย 1.เร่งพัฒนาเศรษฐกิจนอกเหนือเกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะเมืองหลวงที่ตั้งจาการ์ตา 2.ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล 3.นโยบายการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสีเขียว ยกเลิกการใช้ถ่านหินลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

4.การพัฒนากำลังที่มีสมรรถนะบวกกับทักษะสูง ด้วยมาตรการแพลตฟอร์มยกระดับขีดความสามารถประชาชนในประเทศ “KATU PRAKERJA” ให้สามารถพัฒนาตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มจ้างงาน การผลิตภาพ เพิ่มรายได้ ประกอบกับส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้แรงงานตรงตามความต้องการ เป้าหมายปีละ 5 ล้านราย โดย 3 ปีแรกทำได้ถึง 17.5 ล้านคน ด้วย 180 หน่วยงานบ่มเพาะกว่า 1,900 หลักสูตร

ประเทศไทย หากว่าถามว่า “มีไหม” จะได้รับคำตอบว่า “มี” แต่สิ่งสำคัญมากกว่าคำว่า “มี” เท่ากับ 3 ป เป้าหมาย สามารถเข้าถึงกลุ่มเอสเอ็มอี แรงงาน ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพ ระบบบริหารการจัดการ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ การบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐร่วมกับเอกชนเป็นอย่างไร ประกอบไปด้วย ประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่างบประมาณ “ทำน้อย ได้มาก” ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจร่วมกับสังคมที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ GDP-GDP SME-การกระจายรายได้-การลดเพิ่มคุณภาพหนี้ครัวเรือน ลดหนี้เสีย ลดหนี้นอกระบบ-เพิ่มผลิตภาพแรงงาน เอสเอ็มอี ประกอบกับภาพรวมประเทศที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ

สิ่งสำคัญ หมายความ การเชื่อมโยงออกแบบนโยบาย กลยุทธ์ของมาตรการ วิธีการขับเคลื่อน งบประมาณความรู้ความเข้าใจของผู้ดำเนินการร่วมด้วยตัวชี้วัดเพื่อเชื่อมโยงเอสเอ็มอีประกอบกับแรงงานในแต่ละประเภทธุรกิจให้สามารถเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีพื้นฐาน การใช้ Social media เพื่อการดำเนินธุรกิจ การใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์มการค้าต่างๆ แล้วก็ AI ต้องขยายผลการใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างต่อเนื่องตามความจำเป็นของแต่ละกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ร่วมมือ ร่วมกันคิดทำกันทั้งระบบให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ


เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว เที่ยวคลองม่วง กระบี่ รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง


เที่ยวหาดคลองม่วง

หาดคลองม่วง ชายหาดขาวนวลขนานกับผืนน้ำทะเลสีคราม ทอดตัวยาวเหยียดจากหาดอ่าวเสี้ยวไปทางด้านใต้จน จรดกับหาดทับแขกทางด้านเหนือ เป็นหาดที่สวยงาม ในบรรยากาศเงียบสงบ

ที่พักหาดคลองม่วง กระบี่

มากระบี่ทีไร หลายคนบ่นเรื่องหาที่พักไม่ได้ จริงๆ แล้วที่พักในกระบี่นั้น หาไม่ยาก และถึงแม้ว่าจะเจาะส่วนย่อยๆ เข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ก็ยิ่งหาไม่ยากเข้าไปใหญ่ เพราะจุดที่นักท่องเที่ยวมักจะชอบไปในจังหวัดกระบี่ ยกเว้นเกาะแก่งต่างๆ และสถานที่ๆ เป็นเขตป่าสงวนแล้ว จะสามารถหาที่พักได้ตั้งแต่จุดกางเต้น ไปจนถึงโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 4-5

มาลองชิม อาหารจานเส้น ที่คลองม่วง

ไม่เพียงข้าวจะเป็นอาหารหลักของคนไทยและหลายๆ เชื้อชาติแล้วนั้นอาหารจานเส้นหลายๆ ประเภทก็เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างสูงไม่น้อยไปกว่าเมนูข้าวหลายๆ รายการ เพราะไม่ว่าจะเป็น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ และเส้นก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ ต่างก็ถูกนำมาทำดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายสารพัด จนกลายเป็นอาหารจานเด็ดที่มีให้เห็นกันดาษดื่นทั่วทุกหัวระแหง ซึ่งเส้นแต่ละชนิดที่็ทำจากแป้งที่ต่างชนิดกัน ก็มีลักษณะและรสชาดต่างกันด้วย คราวที่แล้วเราได้เอ่ยถึงแป้งหลายๆ ชนิดไปแล้ว

อ่าวพระนาง แหล่งบันเทิงหรือ เสื่อม

เพิ่งจะรับรู้เดี๋ยวนี้เองว่า เวลานักท่องเที่ยวไปที่ไหน มักจะต้องการผับ บาร์ และสถานบันเทิงตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพราะว่า กิเลส นี่เอง ครั้งก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวกับพรรคพวกเพื่อนฝูง สำหรับผมแล้วอยากไปเที่ยวตามแบบที่จะหาความสุขได้จากธรรมชาติ ท่องเที่ยวในแบบอนุรักษ์ ท่ามกลางชุมชนและคนในท้องถินในแบบเดิมๆ ไม่มีการปรุงแต่งหรือสร้างภาพให้สวยเลิศหรูแต่อย่างใด แต่หลากหลายแนวทาง มากคนก็มากความ

ท้องทะเลสีคราม ที่เกาะหลาลิง กระบี่

ดับกระหาย คลายร้อน บนทะเลสีครามและหาดทราย ของเกาะที่สวยที่สุดในเอเซียอย่างเกาะพีพี หรือภูเก็ตในอดีต บัดนี้ความสวยงามนั้นต้องมลายหายสิ้น เมื่อมาเจอแหล่งดำน้ำดูปะการังอันแสนสวย และสีของท้องน้ำทะเลเขียวมรกต บรรยากาศร่มรื่น ไม่น่าเชื่อว่า นี่คือกลางทะเลของจังหวัดกระบี่ ที่เกาะเหลาดาลิง กระบี่ หรือเกาะหลาลิง นี่เอง

มัสยิด บ้านคลองม่วง

ภาพนี้ผมถ่ายไว้ตอนที่กำลังจะปรับปรุงเพิ่มเติม ถ่ายไว้เมื่อปี 2550 มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างก่อนที่ผมจะเกิด เพราะละแวกนี้มีชาวไทยมุสลิมจำนวนมาก ตั้งแต่คลองม่วงเอง ไปจนถึงเกาะกวาง แหลมป่อง และทับแขก ล้วนแต่เป็นชาวไทยมุสลิม ส่วนชาวไทยพุทธนั้นจะอยู่เลยออกมาทางด้านบนบ้าน จึงมีสำนักสงฆ์บ้านคลองม่วงอยู่ในบริเวณใจกลางชุมชนของชาวไทยพุทธ ส่วนมัสยิดบ้านคลองม่วงเองก็อยู่ที่สามแยกคลองม่วงเลย