เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี
เศรษฐกิจไทยปี 2569 – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะดีหรือไม่ ดูที่การเติบโตของจีดีพี โดยพื้นฐานตามศักยภาพแล้วเศรษฐกิจไทยควรโต 2.7% ต่อปี แต่ช่วงหลังโตไม่ถึง ซึ่งปี 2568 อาจโตเต็มที่ 2-2.2% ถือว่ายังต่ำ ปีหน้าอาจจะอันตรายกว่าเดิม เพราะอาจเหลือแค่ 1.7%
จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโต แต่เป็นการโตแบบต่ำกว่าศักยภาพ ต้องยอมรับว่าปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลปัจจุบันอาจจะอยู่ไม่ครบทั้งปี เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงมองได้เป็นสองส่วนหมายความว่า ช่วงที่รัฐบาลนี้ยังทำได้กับสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา
“รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน สิ่งที่ทำได้จะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร่งด่วน แต่ไม่กระทบการทำงานรัฐบาลหน้าที่ต้องบริหารประเทศ 4 ปี จึงไม่ควรทำอะไรที่เป็นผลผูกพัน ทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาทำงานต้องสะดุด เช่น แผนการพัฒนาประเทศแบบใหญ่ๆ หรือมีอะไรที่ต้องอาศัยงบผูกพัน ซึ่งไม่ควรเร่ง ควรให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้คัดเลือกว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร รวมถึงการใช้งบประมาณปี 2569 ที่คาบเกี่ยวเดือนตุลาคม-กันยายน 2569 ถ้าเกิดรัฐบาลปัจจุบันใช้เงินไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำนโยบายควิก
บิ๊กวิน ต้องระวังไม่ใช้เงินมากจนรัฐบาลหน้าไม่มีเงินใช้ ไม่ว่างบกลางที่ต้องใช้กรณีฉุกเฉิน เพราะไม่อย่างนั้นในช่วงไตรมาส2ประกอบไปด้วยไตรมาส 3 จะแห้งมาก เพราะจะไม่มีเงิน รัฐบาลขาดสภาพคล่องประกอบกับจะกระทบเศรษฐกิจ”
นณริฏ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่รัฐบาลมีจำกัด คิดว่าหลายๆมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส รวมถึงความพยายามช่วยแก้หนี้ต่างๆ การแก้หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือต้องพยายามเข้าสู่โหมดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แล้วก็พยายามเคลียร์ปัญหาการเมืองให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะให้รัฐบาลหน้าเข้ามาบวกกับอยู่ได้อย่างยาวๆ ไม่เจออุบัติเหตุทางด้านการเมืองจนทำให้มีการออกนโยบายทางเศรษฐกิจไม่ได้
เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หรือไม่“นณริฏ”มองว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นไอเดียที่ไปได้ แม้กระนั้นโครงการมีการประเมินที่ดี มีผลตอบแทนร่วมกับสร้างรายได้สูง แต่ก็เป็นดาบสองคบ ถ้าลงทุนพลาดไม่เกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นความสูญเปล่า เหมือนกับ”โฮปเวลล์” ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีโครงการใหญ่หลายโครงการ ฟังดูดีแต่ท้ายสุดมันไม่เกิดผล สิ่งสำคัญต้องพิจารณาให้ชัด ต้องเกิดจริง เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นอย่าทำดีกว่า นอกจากนี้มองว่าไทยอาจจะพ้นยุคที่ต้องหาโครการใหญ่ๆแล้ว ต้องมองโครงการเล็กๆ ร่วมด้วยจัดการกับปัญหาได้ตรงจุด เกิดประโยชน์ เช่น ทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ช่วยได้ทั้งเกษตรประกอบกับผันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว
ส่วน โครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูง ถ้ามองทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่าสร้างรายได้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ถ้าแม้นพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพในปัจจุบันสร้างเต็มไปหมด ความเชื่อมโยงถ้าเทียบกับสมัยก่อน เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้อสังหาฯบูมตามรถไฟฟ้าด้วย แต่ปัจจุบันมันเริ่มไม่ค่อยเกิดแล้ว แสดงว่าในแง่ประโยชน์การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมันจำกัดแล้ว แต่อาจจะมีคุณประโยชน์ทางอื่น เช่น มุมทางสังคม ช่วยลดต้นทุน ให้คนยากจนเข้าถึงโครงสร้างเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย ถ้ารัฐบาลจะลงทุนก็ต้องเน้นไปในมุมนี้ แต่ถ้าแม้นวิเคราะห์ในมุมเศรษฐกิจคิดว่ารถไฟฟ้าประโยชน์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอนนี้มีแค่โครงการเดียวสร้างจากกรุงเทพ-นครราชสีมา แต่โครงการสร้างไปถึงหนองคายยังไม่มีงบ บวกกับจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น
“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ ถ้าแม้นรัฐจะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ น่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยการทำให้ประชาชนเข้ามาในโลกธุรกิจที่สามารถขายของทางออนไลน์ได้มากขึ้น ไม่ต้องสร้างถนน รถไฟฟ้าแล้ว เพราะดิจิทัลไปถึงทุกคนแล้ว ด้วยการอัพสกิลประกอบไปด้วยรีสกิลผู้ประกอบการให้เก่งจนมาขายบนแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วได้”
นณริฏ กล่าวว่า ประเมินจีดีพีของไทย โอกาสจะกลับไปโตถึง 5% มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแต่แย่ลง เต็มที่จะเป็นดังเช่นโต 2.7% จากนั้นอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 2.7% รวมทั้งจะต่ำไปเรื่อยๆหรือถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะกลับมาสูงได้ แค่รักษา 2.7% ให้ได้ถือว่าเก่งแล้ว เรามีการศึกษาโดยมีข้อสรุปว่ามีโอกาสที่จะโตเกิน 5% แต่ต้องทำนโยบายอุตสาหกรรมทั้งสองขา เช่นนั้นแล้วคือ อุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคต้องให้การสนับสนุน มีซัพพลายเชนให้เกิดประโยชน์ อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้มีประโยชน์มากที่สุด แม้นว่าทำนโยบายดีๆ รวมทั้งมีประโยชน์มากๆ จะทำให้เศรษฐกิจไทยโต กับอีกขาที่ต้องทำเช่นนั้นแล้วคือภาคบริการ ต้องทำให้มีโอกาสและก็การแข่งขัน
เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว เที่ยวคลองม่วง กระบี่ รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง

