รับเบี้ยผู้สูงอายุ ...
 
Notifications
Clear all

รับเบี้ยผู้สูงอายุ ตามเกณฑ์ใหม่ล่าสุด ดูเงื่อนไข

1 Posts
1 Users
0 Reactions
1,436 Views
เด็กในคลอง
Posts: 186
Admin
Topic starter
(@admin)
Joined: 5 years ago

เปิดหลักเกณฑ์ใหม่ เบี้ยผู้สูงอายุ ใครได้รับสิทธิ ใครไม่ได้บ้าง หากเทียบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิทั้งฉบับก่อนหน้า-ฉบับใหม่ เปลี่ยนไปอย่างไร ใครรับสิทธิได้ ใครรับสิทธิไม่ได้

เบี้ยผู้สูงอายุยังเป็นเรื่องราวที่เป็นที่ถกเถียงของสังคมไทยอย่างต่อเนี่อง จากการออกระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดคุณสมบัติล่าสุดของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยการกำหนดคุณสมบัติใหม่ในครั้งนี้เป็นที่สนใจของสังคมไทยถึงสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุว่าจะมีหลักเกณฑ์การจ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมขนาดไหน

หลักเกณฑ์ รวมทั้งคุณสมบัติผู้ที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ แบบเดิม VS แบบใหม่

หลักเกณฑ์เดิม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ เมื่อปี 2552 ระบุว่า "ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบเก่า

อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็หมายความว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หากไม่ได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จ บำนาญ สามารถรับสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุได้ เพียงยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเกณฑ์ตามเงื่อนไขข้างต้น หากตรงตามหลักเกณฑ์ก็รับเงินได้เลย

หลักเกณฑ์ใหม่ ที่ประกาศล่าสุด เมื่อ 12 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่าต้องเป็น "ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ แก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบใหม่

ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้ จะเปลี่ยนไปจากการที่ให้สิทธิทุกคนที่ไม่ได้รับเบี้ยบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการ มาเป็น การให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ ตามคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำหนดไว้

หากดูรายละเอียดของระเบียบฉบับล่าสุดนั้น แม้ว่าจะมีการระบุบทเฉพาะกาลไว้ว่า หากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน ให้ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายฉบับเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน

คำถามใหญ่ที่ยังเป็นที่สงสัยต่อของสังคมหมายความ อะไรหมายความสิ่งที่จะบ่งบอกว่าผู้ได้รับสิทธินั้นมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนของคณะกรรมการผู้สูงแห่งชาติ รวมถึงรัฐบาลใหม่ในการกำหนดความชัดเจนนี้ให้เกิดขึ้น

ระเบียบใหม่ ยกเลิกสิทธิได้ แต่ไม่เรียกเงินคืน

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่เพิ่มเข้ามาใหม่ความหมาย รายละเอียดกรณีการสิ้นสุดการได้รับเบี้ยยังชีพ กรณีพบว่าไม่มีสิทธิรับ โดยระบุว่า "หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นทราบ เพื่อระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน"

นั่นก็เช่นนั้นแล้วคือ หากได้รับสิทธิแล้ว รวมถึงตรวจสอบภายหลังว่าไม่มีสิทธิรับ จะไม่ได้รับเงินดังกล่าวอีกต่อไป แต่เบี้ยผู้สูงอายุที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ หากได้รับโดยสุจริต ไม่มีการทุจริตใด ๆ ก็จะไม่ถูกเรียกคืน

การลงทะเบียนรับสิทธิ เบี้ยผู้สูงอายุ ทำเช่นไร

คุณสมบัติหลัก 3 ข้อพื้นฐาน สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีบริบูรณ์สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของปีนั้น รวมทั้งเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีถัดไป ก็จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุตั้งแต่เดือนตุลาคมในปีนั้น ๆ โดยสามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.ของทุกปี แต่ถ้าแม้นหากลงทะเบียนช้า หรือรอลงทะเบียนเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ ก็จะได้รับเงินในปีถัดไป

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นต้นไป โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน-1 ตุลาคมของปีนั้น ๆ จึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้ โดยเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพถัดจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี นั่นก็จะเป็นดังเช่นเดือนตุลาคมปีนั้น ซึ่งก็เช่นนั้นแล้วคืออายุครบ 60 ปีเต็มในเดือนตุลาคม 2565

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียน ต้องทำอย่างไร

สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 2566 จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป (ปีงบประมาณ 2567) โดยเตรียมหลักฐานเพื่อลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ดังนี้

1.กรณีลงทะเบียนด้วยตนเอง

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด

2.กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มหมายความ

  1. หนังสือมอบอำนาจ (ยื่นแบบฟอร์มให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

เรียบเรียงใหม่จากเนื้อหาเรื่อง : และอย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ที่เดียว

บริการ Guest Post กับเรา สอบถาม พูดคุย คนคลองม่วง กระบี่


อย่าทุบหม้อข้าวปิดสนามบิน

นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ กล่าวว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 มกราคม 57 ของทาง กลุ่ม กปปส.

กระบี่ มีหาดคลองม่วงน่าสนใจ

มนต์ขลังของชายหาด ที่ทอดตัวยาวกว่า 5 กิโลเมตร นับตั้งแต่หาดอ่าวเสี้ยว จนสุดไปยังบ้านทับแขก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชายหาดทรายสีขาว สลับกับโขดหินน้อยใหญ่เป็นบางช่วง

ท้องทะเลสีคราม ที่เกาะหลาลิง กระบี่

ดับกระหาย คลายร้อน บนทะเลสีครามและหาดทราย ของเกาะที่สวยที่สุดในเอเซียอย่างเกาะพีพี หรือภูเก็ตในอดีต บัดนี้ความสวยงามนั้นต้องมลายหายสิ้น เมื่อมาเจอแหล่งดำน้ำดูปะการังอันแสนสวย และสีของท้องน้ำทะเลเขียวมรกต บรรยากาศร่มรื่น ไม่น่าเชื่อว่า นี่คือกลางทะเลของจังหวัดกระบี่ ที่เกาะเหลาดาลิง กระบี่ หรือเกาะหลาลิง นี่เอง

ภูเก็ต บาหลี เมืองแห่งชีวิต

ทั้งเกาะภูเก็ต และ เกาะบาหลี นั้น มีความเหมือนกันในด้านของชื่อเสียงในการเป็น ที่ท่องเที่ยว ติดอันดับยอดนิยมของโลก ที่มีธรรมชาติเปรียบเสมือนมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะเข้ามาเยือนในแต่ละปีเป็นจำนวนไม่น้อย

สุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่น จังหวัดกระบี่

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นจังหวัดกระบี่ ปี 2556 โดยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2556 เวลา 09.30 น. นายอุเทน ตัณตรีบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

คลองม่วง update มามีแต่

แหม ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ คลองม่วง update มามีแต่ปากช่อง ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะ กระบี่ ก็มี คลองม่วง นะจ๊ะ อย่าลำเอียงกันสิ