รับเบี้ยผู้สูงอายุ ...
 
Notifications
Clear all

รับเบี้ยผู้สูงอายุ ตามเกณฑ์ใหม่ล่าสุด ดูเงื่อนไข

1 Posts
1 Users
0 Reactions
1,552 Views
เด็กในคลอง
Posts: 186
Admin
Topic starter
(@admin)
Joined: 5 years ago

เปิดหลักเกณฑ์ใหม่ เบี้ยผู้สูงอายุ ใครได้รับสิทธิ ใครไม่ได้บ้าง หากเทียบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิทั้งฉบับก่อนหน้า-ฉบับใหม่ เปลี่ยนไปอย่างไร ใครรับสิทธิได้ ใครรับสิทธิไม่ได้

เบี้ยผู้สูงอายุยังเป็นเรื่องราวที่เป็นที่ถกเถียงของสังคมไทยอย่างต่อเนี่อง จากการออกระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดคุณสมบัติล่าสุดของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยการกำหนดคุณสมบัติใหม่ในครั้งนี้เป็นที่สนใจของสังคมไทยถึงสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุว่าจะมีหลักเกณฑ์การจ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมขนาดไหน

หลักเกณฑ์ รวมทั้งคุณสมบัติผู้ที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ แบบเดิม VS แบบใหม่

หลักเกณฑ์เดิม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ เมื่อปี 2552 ระบุว่า "ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบเก่า

อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็หมายความว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หากไม่ได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จ บำนาญ สามารถรับสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุได้ เพียงยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเกณฑ์ตามเงื่อนไขข้างต้น หากตรงตามหลักเกณฑ์ก็รับเงินได้เลย

หลักเกณฑ์ใหม่ ที่ประกาศล่าสุด เมื่อ 12 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ระบุว่าต้องเป็น "ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ แก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด"

เบี้ยผู้สูงอายุ แบบใหม่

ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้ จะเปลี่ยนไปจากการที่ให้สิทธิทุกคนที่ไม่ได้รับเบี้ยบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการ มาเป็น การให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ ตามคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำหนดไว้

หากดูรายละเอียดของระเบียบฉบับล่าสุดนั้น แม้ว่าจะมีการระบุบทเฉพาะกาลไว้ว่า หากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน ให้ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายฉบับเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีการกำหนดคุณสมบัติอย่างชัดเจน

คำถามใหญ่ที่ยังเป็นที่สงสัยต่อของสังคมหมายความ อะไรหมายความสิ่งที่จะบ่งบอกว่าผู้ได้รับสิทธินั้นมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนของคณะกรรมการผู้สูงแห่งชาติ รวมถึงรัฐบาลใหม่ในการกำหนดความชัดเจนนี้ให้เกิดขึ้น

ระเบียบใหม่ ยกเลิกสิทธิได้ แต่ไม่เรียกเงินคืน

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่เพิ่มเข้ามาใหม่ความหมาย รายละเอียดกรณีการสิ้นสุดการได้รับเบี้ยยังชีพ กรณีพบว่าไม่มีสิทธิรับ โดยระบุว่า "หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นทราบ เพื่อระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน"

นั่นก็เช่นนั้นแล้วคือ หากได้รับสิทธิแล้ว รวมถึงตรวจสอบภายหลังว่าไม่มีสิทธิรับ จะไม่ได้รับเงินดังกล่าวอีกต่อไป แต่เบี้ยผู้สูงอายุที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ หากได้รับโดยสุจริต ไม่มีการทุจริตใด ๆ ก็จะไม่ถูกเรียกคืน

การลงทะเบียนรับสิทธิ เบี้ยผู้สูงอายุ ทำเช่นไร

คุณสมบัติหลัก 3 ข้อพื้นฐาน สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีบริบูรณ์สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของปีนั้น รวมทั้งเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีถัดไป ก็จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุตั้งแต่เดือนตุลาคมในปีนั้น ๆ โดยสามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.ของทุกปี แต่ถ้าแม้นหากลงทะเบียนช้า หรือรอลงทะเบียนเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ ก็จะได้รับเงินในปีถัดไป

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นต้นไป โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน-1 ตุลาคมของปีนั้น ๆ จึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้ โดยเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพถัดจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี นั่นก็จะเป็นดังเช่นเดือนตุลาคมปีนั้น ซึ่งก็เช่นนั้นแล้วคืออายุครบ 60 ปีเต็มในเดือนตุลาคม 2565

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียน ต้องทำอย่างไร

สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 2566 จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป (ปีงบประมาณ 2567) โดยเตรียมหลักฐานเพื่อลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ดังนี้

1.กรณีลงทะเบียนด้วยตนเอง

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด

2.กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มหมายความ

  1. หนังสือมอบอำนาจ (ยื่นแบบฟอร์มให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

เรียบเรียงใหม่จากเนื้อหาเรื่อง : และอย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ที่เดียว

บริการ Guest Post กับเรา สอบถาม พูดคุย คนคลองม่วง กระบี่


มัสยิด บ้านคลองม่วง

ภาพนี้ผมถ่ายไว้ตอนที่กำลังจะปรับปรุงเพิ่มเติม ถ่ายไว้เมื่อปี 2550 มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างก่อนที่ผมจะเกิด เพราะละแวกนี้มีชาวไทยมุสลิมจำนวนมาก ตั้งแต่คลองม่วงเอง ไปจนถึงเกาะกวาง แหลมป่อง และทับแขก ล้วนแต่เป็นชาวไทยมุสลิม ส่วนชาวไทยพุทธนั้นจะอยู่เลยออกมาทางด้านบนบ้าน จึงมีสำนักสงฆ์บ้านคลองม่วงอยู่ในบริเวณใจกลางชุมชนของชาวไทยพุทธ ส่วนมัสยิดบ้านคลองม่วงเองก็อยู่ที่สามแยกคลองม่วงเลย

เขาขนาบน้ำ กระบี่

ไปกระบี่หากไม่ได้ไปเยือนในเมือง ถ่ายรูปเขาขนาบน้ำ และรูปปั้นปูดำ ไม่แน่ว่าท่านอาจจะแค่ผ่านทางไปยังที่อื่น ไม่นับว่ามาเที่ยวกระบี่

ลุยเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่

ผอ.โรงไฟฟ้าภาคใต้กระบี่ ระบุเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่ 24 พ.ค.นี้ รองรับโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ปิดซ่อมปรับปรุง ส่วนเหตุที่ไฟดับเป็นเพราะระบบส่งขัดข้อง หากมีโรงไฟฟ้าเพิ่มรองรับการเติบโตจะส่งผลดี

Renaissance Pattaya to Phuket

From Krabi to Phuket and go stay to the Renaissance Resort & Spa Hotel Koh

Loy Chalete Krabi รีสอร์ทแห่งใหม่ใจกลางคลองม่วง

รีสอร์ท Loy Chalete Krabi เป็นรีสอร์ทแบบบูติกสไตล์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขากลางธรรมชาติ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาความเป็นส่วนตัวและพักผ่อนในที่สงบเงียบ

งานปีใหม่และงานกาชาด 2554 ที่กระบี่

นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่ กำหนดจัดงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2554 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ถึงวันที่ 8 มกราคม