วันนี้ขอออกจากกระบี่ไปภูเก็ต เพื่อนบ้านที่แสนดีเสียหน่อย กับการเที่ยวงาน วิวาห์บาบ๋า ซึ่งจังหวัดภูเก็ต จัดเป็นเมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้ของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย อาจจะเป็นอันดับต้นๆ ของเอเซียเลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมและท่องเที่ยวที่เกาะภูเก็ตนั้น จากปี 2010 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตจำนวนประมาณ 5.5 ล้านคน เฉลี่ยวันพักอยู่ที่ประมาณ 4.26 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,900 บาท

เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มากไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางทรัพยากรธรรมชาติอันงดงามอย่างท้องทะเล ภูเขา และน้ำตก และที่นี่ก็ยังมากมายไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่เป็นเอกลักษณ์อันน่าสนให้มาสัมผัสกัน และอีกหนึ่งอันเป็นจุดเด่นของที่นี่ นั่นคือ งานวิวาห์บาบ๋า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกลุ่มคนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เพอรานากัน ซึ่งเป็นภาษามาเลย์ ที่แปลได้ว่า ผู้ที่เกิดในท้องถิ่น หรือหมายถึง ลูกครึ่งที่เกิดจากชาวจีนแต่งงานกับชาวท้องถิ่นที่เป็นมาเลย์หรืออินโดนิเซีย หากเป็นชายเรียกว่า บาบ๋า (Baba) เป็นหญิงเรียก ยอนย้า (Nyoya) ในประเทศสิงคโปร์ มาเลยเซีย นิยมใช้ เพอนารากัน ในการเรียกกลุ่มชนกลุ่มนี้

และที่จังหวัดภูเก็ต เรียกกันว่า บาบ๋า หมายถึงกลุ่มชนและเรียกทั้งชายและหญิงว่า บาบ๋า คือลูกผสมที่เกิดจากพ่อเป็นชาวจีนกับแม่ที่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งชาวบาบ๋าที่ภูเก็ตมีการรวมกลุ่มกันเป็นอย่างดี แล้วก็มีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของกลุ่มคนบาบ๋าไว้มากมาย

สำหรับหนึ่งในประเพณีอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือ ประเพณีการแต่งงานของบาบ๋า หรือ วิวาห์บาบ๋าภูเก็ต ซึ่งเป็นประเพณีการออกเรือนของบ่าวสาวแบบโบราณ ที่ชาวบาบ๋า จ. ภูเก็ตยังคงรักษาขนบธรรมเนียมนี้ไว้ และร่วมกันสืบทอดอนุรักษ์ไว้ไม่ให้หายไปจากรุ่นสู่รุ่น

เมื่อวันที่ 22-24 มิ.ย. ที่ผ่านมานี้ ทางสมาคมเพอรานากันภูเก็ต ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เทศบาลนครภูเก็ต และโรงเรียนสอนทำอาหารและภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต จัดงาน วิวาห์หวานบาบ๋า สุดปลายฟ้าอันดามัน 2556 ขึ้น เพื่อเป็นการจัดงานแต่งงานตามแบบฉบับของชาวเพอรานากัน หรือ บาบ๋า ที่สืบทอดประเพณีนี้มากว่า 200 ปี ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และยังถือว่าเป็นจุดขายควบคู่ไปกับภูเก็ต Old Town พร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจ.ภูเก็ตอีกทางหนึ่ง ในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคู่แต่งงาน กลุ่มฮันนีมูน และครอบครัวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองหาสถานที่ และการจัดงานแต่งงานที่มีเอกลักษณ์และเป็นความทรงจำที่ดี

นพ.โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากัน เปิดเผยถึงการจัดงาน วิวาห์บาบ๋าภูเก็ต ขึ้นว่า ทางสมาคมเพอรานากันและชาวบาบ๋าที่ภูเก็ตได้ร่วมกันจัดงานประเพณีแต่งงานอันเป็นวัฒนธรรมประเพณีโบราณนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว หลังจากที่การแต่งงานแบบบาบ๋าหายไปจากภูเก็ตถึง 50 ปี แต่ก็ได้ร่วมกันอนุรักษณ์ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ประเพณีนี้ที่ดีงามและสวยงามนี้ยังคงอยู่กับชาวบาบ๋าต่อไป

วิวาห์บาบ๋า ที่ภูเก็ต

การจัดงานแต่งงานของชาวบาบ๋า จะมีพิธีรีตองที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก คือมีการหาฤกษ์ยาม จัดเตรียมชุดแต่งงาน เครื่องประดับกาย ซึ่งสิ่งสำคัญจะเน้นไปที่ตัวเจ้าสาวผู้งดงาม คือ เจ้าสาวจะมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ คือเจ้าสาวจะสวมชุดครุย คือเสื้อนอกซึ่งเป็นผ้าบาง ๆ ผ้าป่านหรือผ้าป่านชนิดมีลายดอก ใส่เสื้อคอตั้งแขนจีบ มีกระดุมห้าเม็ดติดคอไว้ข้างใน สวมโสร่ง เป็นวัฒนธรรมยืมมาจากทางปีนัง สิงคโปร์ แต่มาประยุกต์ปรับปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมภูเก็ต และก็จะมีเครื่องประดับที่อยู่บนเสื้อครุยเรียกว่า โกสังข์ ทางมาเลย์จะเรียก mother and child หรือแม่กับลูก หน้าตาคล้ายหัวใจคือตัวแม่ แล้วจะมีตัวกลมๆ อีกสองตัวเรียกว่าตัวลูก หนึ่งชุดก็จะมีสามตัว ส่วนเครื่องประดับอื่น ๆ ก็จะมีสร้อยแผงหรือสร้อยสังวาล กำไลข้อมือข้อเท้า แล้วก็แหวน

ส่วนทรงผมของเจ้าสาวเรียกว่า เกล้ามวยชักอีโบย ข้างหน้าจะเรียบตึง ข้างๆ จะโป่งออกเรียกว่า อีเปง บางครั้งก็เรียก แก้มปลาช่อน แล้วข้างหลังก็โป่งออกเรียกว่า อีโบย และเจ้าสาวจะสวมมงกุฎครอบมวยผม เป็นดิ้นเงินรูปหงส์ มีดิ้นเงินรูปดอกไม้และผีเสื้อรายล้อม เหนือมงกุฎทอง ชาวบาบ๋าถือว่าเป็นสัตว์มงคลและเป็นใหญ่ที่สุดในหมู่สัตว์ปีก เวลาเดินจะขยับตุ้งติ้งจึงนิยมเรียกว่า ดอกไม้ไหว เหน็บด้วยเข็มกลัดหรือปิ่นปักผมรอบศีรษะ

ด้านเจ้าบ่าวจะแต่งกายสวมเสื้อนอกแบบยุโรป เพราะคนภูเก็ตค่อนข้างจะมีวิถีไปทางยุโรป เป็นกลุ่มคนที่มีฐานะมาตั้งถิ่นฐานค้าขายจนร่ำรวย ส่วนใหญ่จะอพยพมาจากปีนัง สิงคโปร์ และที่เสื้อเจ้าบ่าวก็จะมีแค่เข็มกลัดที่ติดพู่สีชมพูตกแต่งเพื่อความสวยงาม

ที่มา manager.co.th

เที่ยวกระบี่ เที่ยวหาดคลองม่วง

70% ของนักท่องเที่ยว เคยมาหาดคลองม่วงแล้วแต่ไม่รู้จักชื่อ วันนี้คุณจะได้สัมผัสกับมัน

หาดคลองม่วง ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

หาดสวย น้ำใส แม้จะเป็นหาดที่ยังดำรงวิถีชีวิตของชุมชน แต่ก็ยังน่าเที่ยวอยู่ทุกวัน