ทำไมต้องมี กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่

โดยปกติแล้ว ธรรมดาของคนคือชอบการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะพี่ไทยเรานั้น มีการฉลองกันได้ทุกเมื่อเชื่อวัน เริ่มตั้งแต่วันเกิดตัวเอง วันเกิดเพื่อน ญาติมิตรสหาย วันเกิดเพื่อนบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบ้าน แม้แต่งานศพพี่ไทยเราก็ยังไม่วาย ฉลองกันได้ฉลองกันดี แต่ในกรณีหลังอาจจะมีการฉลองกันเล็กๆ เรียกว่า มีแอลกอฮอล์ ทุกครั้งไป

เมื่อมีการฉลองกันมากทุกงานทุกเทศกาลและทุกๆ เดือน การฉลองในวันสิ้นสุดปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือที่เรียกกันว่า วันขึ้นปีใหม่ จะมีหรือที่พี่ไทยอย่างเรา จะพลาดโอกาสนี้ได้

ตามประวัติการเฉลิมฉลองในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่นั้น เริ่มแรกไม่ทราบที่มาที่ไปว่า ในประเทศไทยเอง เริ่มเกิดมีงานเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สันนิษฐานเอาไว้ว่า น่าจะหลังจากเลิกทาสแล้ว เนื่องจากการฉลองความเป็นไทแก่ตัวแล้ว การฉลองประเภทชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ และปีใหม่ จึงเริ่มต้นขึ้นมานับแต่นั้น

แต่เดิมเรามีการฉลองในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ ในแบบของไทย มานานกว่าร้อยปี

วันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทย

สำหรับวันปีใหม่ในประเทศไทยนั้น แต่เดิมเราถือเอาวันแรม 1 ค่ำเดือนอ้าย ซึ่งตรงกับเดือนมกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคติแห่งพระพุทธศาสนาที่ถือช่วงเหมันต์หรือหน้าหนาวเป็นการเริ่มต้นปี ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์คือถือเอาวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ ดังนั้นในสมัยโบราณเราจึงถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย

แต่การนับวันปีใหม่หรือวันสงกรานต์ตามวันทางจันทรคติ เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติ ย่อมคลาดเคลื่อนกันไปในแต่ละปี ดังนั้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปี พ.ศ.2432 (ร.ศ.108) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงให้ถือเอาวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยนับแต่นั้นมา เพื่อวันปีใหม่จะได้ตรงกันทุกปีเมื่อนับทางสุริยคติ (แม้ว่าวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีต่อๆ มาจะไม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน แล้วก็ตาม) ดังนั้นจึงถือเอาเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปีนับแต่นั้นมา อย่างไรก็ดีประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่

ทำไมต้องมี กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่

ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการจึงเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน มักจะไม่มีงานรื่นเริงอะไรมากนักและเห็นสมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก จนแพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆ มา โดยในปี พ.ศ. 2479 ก็ได้มีการจัดงานปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด มีชื่อทางราชการ วันตรุษสงกรานต์

นั่นเป็นเรื่องราวและความเป็นมาในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ของไทยแต่เดิม จนล่วงเลยมาถึงในปัจจุบันนี้ มหกรรมการรื่นเริงนั้น นับวันจะยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี สังเกตุง่ายๆ ในสมัยย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปี จะมีแค่การละเล่นและงานรื่นเริง งานออกร้านต่างๆ และการจุดพลุตามวัดวาอารามทั่วไปเท่านั้น แต่ปัจจุบัน สถานบันเทิงและตึกสูงใหญ่ในเมือง จะมีการจุดพลุ รวมทั้งแสง สี เสียง ครบชุด เรียกได้ว่า จัดหนัก กันทุกปี พร้อมๆ กับมีการเฉลิมฉลองด้วยการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ และมีเวลานับถอยหลัง หรือ countdown กันตั้งแต่ เป็นวัน เป็นชั่วโมง กระทั่งเป็นนาที และเป็นวินาทีสุดท้าย เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนก็ต่างพร้อมใจกันโห่ร้องกันเสียงหลง เพื่อแสดงความดีใจและยินดีกับวันใหม่ที่มาถึง

ราวกับว่าวันนั้นของปีจะมีโอกาสพบเจอยากมากๆ ซึ่งจริงๆ มันก็เป็นแค่เรื่องสมมติ เพราะวันใหม่ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากวันพรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ

แต่อย่างน้อย กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ ในหลายแห่ง ก็ยังคงมีความน่าหลงไหล อย่างเช่น การจัดกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ ในรูปแบบของการสวดมนต์ข้ามปี การนั่งสมาธิข้ามปี หรือการถือศีลข้ามปี แม้ว่าคำที่สื่อออกไปว่า ข้ามปี จะไม่ได้หมายถึงการกระทำทั้งปี และเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นกิจกรรมชั่วคราวและกระทำกันในเวลาไม่นาน อาจจะประมาณ 1 ชั่วโมงในระหว่างเวลา 23.30 – 00.30 หรือน้อยกว่า-มากกว่านั้น แต่หลักๆ คือการกระทำที่จะสื่อให้รู้ว่า ทำกันข้ามปีคือ นับจากวันสุดท้ายของปีเก่า และเริ่มเข้าสู่วันแรกของปีใหม่

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚

ย้อนรอย กระบี่

กระบี่ ชื่อนี้หลายคนรู้จัก แต่หากความหมายของคำว่า กระบี่ หลายคนอาจสับสน บ้างคิดว่าเป็นชื่อของดาบหรือของมีคม บ้างก็ว่าเป็นสัตว์จำพวกหนึ่งคล้ายลิง บ้างก็คิดเป็นอย่างอื่น แต่วันนี้เราจะมา

สีสันประเพณี แห่ต้นดอกไม้ที่เมืองเลย

มากกว่าการสาดน้ำในวันสงกรานต์ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับชาวไทยมาช้านานคือประเพณี วัฒนธรรมที่สืบสานกันมาตั้งแต่อดีต แม้ว่าการละเล่นสงกรานต์จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยในแต่ละปี แต่ที่บ้านนาแห้วและบ้านอาฮี จังหวัดเลยนั้น ยังคงมีการสืบสานประเพณีแห่ต้นดอกไม้

Loy Chalete Krabi รีสอร์ทแห่งใหม่ใจกลางคลองม่วง

รีสอร์ท Loy Chalete Krabi เป็นรีสอร์ทแบบบูติกสไตล์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขากลางธรรมชาติ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาความเป็นส่วนตัวและพักผ่อนในที่สงบเงียบ

Klong Muang Beach

คลองม่วง ในห้วงแห่งความทรงจำ At the Klong Muang in the Memories As Krabi’s klong muang beach

แนะนำ 10 จุดชมวิวดีที่สุดในกระบี่

ถ้าใครรักการถ่ายภาพต้องไม่พลาด จุดชมวิวสวย ๆ ที่เหมาะกับการถ่ายรูป ในแหล่งท่องเที่ยวของกระบี่ แน่นอนว่า อ่านบทความนี้แล้ว

หนองทะเล จัดงานวันเด็กยิ่งใหญ่

อบต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนาวิโยธิน 411 และผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมวันเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถ