<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ข่าวสารท่องเที่ยว - ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่				            </title>
            <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel</link>
            <description>ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกาศ ข่าวสารทั่วไป</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 00:51:19 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>เตรียมรับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง น้ำมันแพง ของแพง</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 04:05:02 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง
วันที่ 3 เมษายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์กา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt"><strong>ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง</strong></span></p>
<p>วันที่ 3 เมษายน <strong>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</strong> แจ้งข้อมูลว่า ดัชนีราคาส่งออก ประกอบไปด้วยดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับความต้องการนำเข้าสินค้าสำหรับผลิตรวมถึงส่งออกยังขยายตัว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจร่วมด้วยการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ร่วมด้วยความผันผวนของค่าเงินบาทรวมไปถึงต้นทุนโลจิสติกส์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662527 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_722794939_0.jpg" alt="" width="1000" height="601" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 2.2 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.8 ได้แก่ ทองคำ จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจโลก ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและก็การลงทุนด้าน AI ประกอบกับ Data Center เพิ่มขึ้นทั่วโลก แล้วก็เครื่องปรับอากาศหมายรวมไปถึงส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศแล้วก็ระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น</p>
<p>หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร บวกกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมด้วยไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและก็แปรรูป จากความต้องการเนื้อไก่ร่วมด้วยสินค้าไก่แปรรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่<strong>หมวดสินค้าแร่ประกอบไปด้วยเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6</strong> โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากอุปทานน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662528 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2541816961_0.jpg" alt="" width="1000" height="561" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 120.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YoY) สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตประกอบกับการลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน แล้วก็วัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลกรวมไปถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย<strong> หมวดสินค้าวัตถุดิบและก็กึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9</strong> ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบ<br />เพื่อใช้ผลิตแล้วก็ส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ประกอบไปด้วยสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้แร่โลหะเพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.4</strong> ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตามความต้องการบริโภคในประเทศ และก็การนำเข้าสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมรวมทั้งเภสัชกรรม ตามความต้องการใช้ยารวมทั้งเวชภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเครื่องประดับอัญมณี จากการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย ประกอบกับโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตหมายรวมไปถึงส่งออก</p>
<p><strong>หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2</strong> ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและก็ส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนเพิ่มขึ้น หมายรวมไปถึงหมวดยานพาหนะประกอบไปด้วยอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบร่วมด้วยอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662530 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2547469757_0.jpg" alt="" width="1000" height="666" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก บวกกับดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีเหตุสนับสนุนจาก<br />1) สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน<br />2) ความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรประกอบไปด้วยอาหารแปรรูปขยายตัวต่อเนื่อง<br />3) สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หมายรวมไปถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก<br />4) ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง แล้วก็วัตถุดิบนำเข้า ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่</p>
<p>ขณะที่ต้นเหตุเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่<br />1) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ประกอบกับอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง<br />2) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค<br />3) ต้นทุนโลจิสติกส์ร่วมกับค่าระวางเรือสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น<br />4) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าร่วมด้วยมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ<br />5) ความผันผวนของค่าเงินบาท</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>DGA เดินหน้า ดันโครงการ รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</link>
                        <pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:07:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว</h2>
<p>สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับการบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเป้าหมายชัดเจนคือ “อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ง่าย รวดเร็ว ร่วมกับโปร่งใส”</p>
<p>ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 บวกกับการออกเสียงประชามติ ปี 2569 DGA ได้พัฒนาช่องทางบริการเชิงรุกผ่าน แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา ลดภาระ ลดขั้นตอน ร่วมกับเพิ่มความมั่นใจในการใช้สิทธิ</p>
<p>บริการสำคัญที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอป “ทางรัฐ”</p>
<p>ประชาชนสามารถใช้บริการได้ดังนี้</p>
<p>1. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง<br />• ตรวจสอบสถานที่ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง</p>
<p>2. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>3. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อ<br />• ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งรวมถึงสถานที่ใช้สิทธิ</p>
<p>4. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />เพิ่มความสะดวก ลดการเดินทาง ร่วมด้วยลดภาระด้านเอกสาร</p>
<p>DGA กับภารกิจ “รัฐต้องเข้าหาประชาชน” ไม่ใช่รอให้ประชาชนเข้าหา</p>
<p>DGA ย้ำบทบาทสำคัญของการเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้บริการภาครัฐ “พร้อมใช้จริง” ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการมากที่สุด</p>
<p>การพัฒนาบริการผ่านแอป “ทางรัฐ” ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการทำงานเชิงรุกของ DGA ที่ต้องการให้ประชาชน<br />• เข้าถึงสิทธิของตนเองได้ทันที<br />• ลดความสับสน ลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูล<br />• เพิ่มความโปร่งใสรวมทั้งความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย</p>
<p>ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” วันนี้ เพื่อใช้สิทธิอย่างมั่นใจ</p>
<p>DGA ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนตรวจสอบข้อมูลสิทธิเลือกตั้งร่วมกับประชามติล่วงหน้า ผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้สิทธิอย่างถูกต้องและเต็มที่</p>
<p>เพราะ สิทธิของประชาชน หมายความหัวใจของประชาธิปไตย ประกอบกับรัฐดิจิทัลที่ดี เช่นนั้นแล้วคือรัฐที่ทำให้สิทธินั้น “เข้าถึงได้จริง”</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>TDRI ชี้ เศรษฐกิจไทยปี 69 ยังร่วงไม่หยุด คาดถดถอยไปอีก 10 ปี</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</link>
                        <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 02:05:37 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี
เศรษฐกิจไทยปี 2569 – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี</strong></h4>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569</strong> – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ <strong>นณริฏ พิศลยบุตร</strong> นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะดีหรือไม่ ดูที่การเติบโตของจีดีพี โดยพื้นฐานตามศักยภาพแล้วเศรษฐกิจไทยควรโต 2.7% ต่อปี แต่ช่วงหลังโตไม่ถึง ซึ่งปี 2568 อาจโตเต็มที่ 2-2.2% ถือว่ายังต่ำ ปีหน้าอาจจะอันตรายกว่าเดิม เพราะอาจเหลือแค่ 1.7%</p>
<p>จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโต แต่เป็นการโตแบบต่ำกว่าศักยภาพ ต้องยอมรับว่าปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลปัจจุบันอาจจะอยู่ไม่ครบทั้งปี เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงมองได้เป็นสองส่วนหมายความว่า ช่วงที่รัฐบาลนี้ยังทำได้กับสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา</p>
<p>“รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน สิ่งที่ทำได้จะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร่งด่วน แต่ไม่กระทบการทำงานรัฐบาลหน้าที่ต้องบริหารประเทศ 4 ปี จึงไม่ควรทำอะไรที่เป็นผลผูกพัน ทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาทำงานต้องสะดุด เช่น แผนการพัฒนาประเทศแบบใหญ่ๆ หรือมีอะไรที่ต้องอาศัยงบผูกพัน ซึ่งไม่ควรเร่ง ควรให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้คัดเลือกว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร รวมถึงการใช้งบประมาณปี 2569 ที่คาบเกี่ยวเดือนตุลาคม-กันยายน 2569 ถ้าเกิดรัฐบาลปัจจุบันใช้เงินไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำนโยบายควิก<br />บิ๊กวิน ต้องระวังไม่ใช้เงินมากจนรัฐบาลหน้าไม่มีเงินใช้ ไม่ว่างบกลางที่ต้องใช้กรณีฉุกเฉิน เพราะไม่อย่างนั้นในช่วงไตรมาส2ประกอบไปด้วยไตรมาส 3 จะแห้งมาก เพราะจะไม่มีเงิน รัฐบาลขาดสภาพคล่องประกอบกับจะกระทบเศรษฐกิจ”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่รัฐบาลมีจำกัด คิดว่าหลายๆมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส รวมถึงความพยายามช่วยแก้หนี้ต่างๆ การแก้หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือต้องพยายามเข้าสู่โหมดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แล้วก็พยายามเคลียร์ปัญหาการเมืองให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะให้รัฐบาลหน้าเข้ามาบวกกับอยู่ได้อย่างยาวๆ ไม่เจออุบัติเหตุทางด้านการเมืองจนทำให้มีการออกนโยบายทางเศรษฐกิจไม่ได้</p>
<p>เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หรือไม่“นณริฏ”มองว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นไอเดียที่ไปได้ แม้กระนั้นโครงการมีการประเมินที่ดี มีผลตอบแทนร่วมกับสร้างรายได้สูง แต่ก็เป็นดาบสองคบ ถ้าลงทุนพลาดไม่เกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นความสูญเปล่า เหมือนกับ”โฮปเวลล์” ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีโครงการใหญ่หลายโครงการ ฟังดูดีแต่ท้ายสุดมันไม่เกิดผล สิ่งสำคัญต้องพิจารณาให้ชัด ต้องเกิดจริง เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นอย่าทำดีกว่า นอกจากนี้มองว่าไทยอาจจะพ้นยุคที่ต้องหาโครการใหญ่ๆแล้ว ต้องมองโครงการเล็กๆ ร่วมด้วยจัดการกับปัญหาได้ตรงจุด เกิดประโยชน์ เช่น ทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ช่วยได้ทั้งเกษตรประกอบกับผันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว</p>
<p>ส่วน โครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูง ถ้ามองทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่าสร้างรายได้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ถ้าแม้นพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพในปัจจุบันสร้างเต็มไปหมด ความเชื่อมโยงถ้าเทียบกับสมัยก่อน เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้อสังหาฯบูมตามรถไฟฟ้าด้วย แต่ปัจจุบันมันเริ่มไม่ค่อยเกิดแล้ว แสดงว่าในแง่ประโยชน์การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมันจำกัดแล้ว แต่อาจจะมีคุณประโยชน์ทางอื่น เช่น มุมทางสังคม ช่วยลดต้นทุน ให้คนยากจนเข้าถึงโครงสร้างเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย ถ้ารัฐบาลจะลงทุนก็ต้องเน้นไปในมุมนี้ แต่ถ้าแม้นวิเคราะห์ในมุมเศรษฐกิจคิดว่ารถไฟฟ้าประโยชน์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอนนี้มีแค่โครงการเดียวสร้างจากกรุงเทพ-นครราชสีมา แต่โครงการสร้างไปถึงหนองคายยังไม่มีงบ บวกกับจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น</p>
<p>“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ ถ้าแม้นรัฐจะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ น่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยการทำให้ประชาชนเข้ามาในโลกธุรกิจที่สามารถขายของทางออนไลน์ได้มากขึ้น ไม่ต้องสร้างถนน รถไฟฟ้าแล้ว เพราะดิจิทัลไปถึงทุกคนแล้ว ด้วยการอัพสกิลประกอบไปด้วยรีสกิลผู้ประกอบการให้เก่งจนมาขายบนแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วได้”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ประเมินจีดีพีของไทย โอกาสจะกลับไปโตถึง 5% มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแต่แย่ลง เต็มที่จะเป็นดังเช่นโต 2.7% จากนั้นอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 2.7% รวมทั้งจะต่ำไปเรื่อยๆหรือถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะกลับมาสูงได้ แค่รักษา 2.7% ให้ได้ถือว่าเก่งแล้ว เรามีการศึกษาโดยมีข้อสรุปว่ามีโอกาสที่จะโตเกิน 5% แต่ต้องทำนโยบายอุตสาหกรรมทั้งสองขา เช่นนั้นแล้วคือ อุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคต้องให้การสนับสนุน มีซัพพลายเชนให้เกิดประโยชน์ อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้มีประโยชน์มากที่สุด แม้นว่าทำนโยบายดีๆ รวมทั้งมีประโยชน์มากๆ จะทำให้เศรษฐกิจไทยโต กับอีกขาที่ต้องทำเช่นนั้นแล้วคือภาคบริการ ต้องทำให้มีโอกาสและก็การแข่งขัน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส แจ้งเตือนนอกเขตการใช้บริการ วิธีแก้ไข</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/164</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 04:08:50 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ 200 เงินจะทบมั๊ย 29 ตค.68 เป็นวันแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.
ใครขึ้นแจ้งเตือนว่า อยู่นอกเขตการใช้บริการ หรื...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ 200 เงินจะทบมั๊ย 29 ตค.68 เป็นวันแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.</strong></p>
<p>ใครขึ้นแจ้งเตือนว่า <strong>อยู่นอกเขตการใช้บริการ</strong> หรือใช้งานไม่ได้เพราะ <strong>อยู่นอกพื้นที่</strong> แนะนำให้เปิดการปักหมุด เปิดแผนที่ให้พร้อม แล้วเปิดแอปเป๋าตังใหม่อีกครั้ง สแกนอีกรอบ ใช้งานได้เลย</p>
<p>ถือเป็นการเริ่มใช้วันที่ 2 แล้ว สำหรับ โครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งนี้ หลังจากลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอพพ์ <strong>“เป๋าตัง”</strong> รวมไปถึงได้รับสิทธิ 2,000-2,400 บาทแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มใช้สิทธิเมื่อวัน (29 ต.ค.68) เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีหลายข้องสัยที่ประชาชนหลายคนอาจจะยังไม่รู้ โดยวันนี้ได้รวบรวมว่าไว้แล้ว ดังนี้</p>
<h4><strong>ต้องใช้สิทธิวันแรกไม่เกินวันไหน ไม่ใช้ถูกริบคืน!</strong></h4>
<p><strong>หากไม่ใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 กระทรวงการคลังก็จะริบสิทธิคืนแล้วนำมาเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสใหม่</strong></p>
<h4><strong>วงเงินสูงสุด 200 บาท ใช้ไม่หมดทบไปวันอื่นไหม?</strong></h4>
<p>สำหรับผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5 มาก่อน คงสงสัยว่า วงเงินสูงสุด 200 บาท ที่รัฐออกเงินให้ใช้ต่อวันนั้น หากต้องการใช้ให้หมด ผู้ใช้สิทธิจะต้องเติมเงินเองอีก 200 บาท เพื่อซื้อสินค้าในราคา 400 บาทต่อวันด้วยหรือไม่ <strong>คำตอบ เช่นนั้นแล้วคือ ใช่</strong></p>
<h4><strong>กรณีไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจหายไปไหม?</strong></h4>
<p>หากเราซื้อของในราคาที่เกิน 400 บาท รัฐจะช่วยออกเงินให้ 200 บาทเท่าเดิม ส่วนที่เหลือผู้ใช้สิทธิต้องออกเอง แต่ถ้าเกิดว่าซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่ถึง 200 บาท ในส่วนที่รัฐจ่ายให้ หรือวันนั้นไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจะถูกหักไหม</p>
<p>คำตอบ เช่นนั้นแล้วคือ<strong> แม้นว่าวันไหนใช้เงินไม่หมด หรือไม่ได้ใช้เลย เงินที่รัฐให้วันละ 200 บาท จะไม่ถูกตัดทิ้ง ยอดเงินยังคงเหลือตามการใช้จริง</strong></p>
<p>เนื่องจากเงิน 2,000-2,400 บาท ที่ได้มาเป็นที่สามารถใช้จ่ายได้ตลอดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 2568</p>
<h4><strong>ต้องกดเข้าป๊อปอัพ/แบนเนอร โครงการคนลุครึ่งพลัส ก่อนสแกนจ่าย</strong></h4>
<p>ทั้งนี้ หลังเริ่มใช้โครงการคนละครึ่ง ปรากฏว่ามีประชาชนลายคนสับสน สแกนจ่ายโดยไม่ได้กดเข้าที่ป๊อปอัพ โครงการคนละครึ่ง ส่งผลให้การสะแกนจ่ายครั้งนั้นต้องจ่ายราคาเต็ม ดังนั้น โปรดระวัง แนะนำให้กดเข้าที่ ป๊อปอัพ/แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งก่อน ค่อยกดที่แถบสแกนจ่าย</p>
<p>นอกจากนี้ มีบางร้านค้าที่ฉวยโอกาส ไม่เปิดเสียแจ้งเตือน ร่วมด้วยอ้างว่าเงินยังไม่เข้า ให้ลูกค้าสแกนหลายครั้ง ส่งผลให้เสียทรัพย์มากกว่าจำนวนจริง</p>
<p><img class="size-full wp-image-5433236 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633480600-1.jpg" alt="" width="1271" height="724" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5433237 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633467399-1.jpg" alt="" width="1263" height="713" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/164</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ยะลา เมืองน่าเที่ยว วันนี้ถึงปีใหม่ 2568-2569</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/163</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 03:58:52 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[30หากคุณกำลังมองหาแหล่งพลังงานดี ๆ หมายรวมไปถึงเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งในดินแดนใต้สุดของสยาม “จังหวัดยะลา” คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! เพราะยะลาไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>30หากคุณกำลังมองหาแหล่งพลังงานดี ๆ หมายรวมไปถึงเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งในดินแดนใต้สุดของสยาม <strong>“จังหวัดยะลา”</strong> คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! เพราะยะลาไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร หรืออาหารอร่อยเพียงแค่นั้น แต่ที่นี่เท่ากับเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมประกอบกับความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข</p>
<p>พาเดินทางตามรอย <strong>“</strong><strong>สายศรัทธา</strong><strong>”</strong> สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และก็สัมผัสพลังบวกจากอารยธรรมที่หล่อหลอมยะลาให้กลายเป็นเมืองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร</p>
<p><strong>วอร์มอัปก่อนมู</strong><strong>! </strong><strong>รู้จักยะลาให้มากกว่าเดิมที่</strong><strong> “</strong><strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong><strong>“</strong></p>
<p>ก่อนจะไปไหว้ ไปขอพร เรามาทำความรู้จักกับต้นทุนทางประวัติศาสตร์และก็วัฒนธรรมของยะลาให้ลึกซึ้ง ที่แรกที่ต้องปักหมุดหมายความว่า <strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong><strong> (MUSEUM OF YALA CITY)</strong> พื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เทศบาลนครยะลาตั้งใจสรรค์สร้าง เสมือนห้องรับแขกที่รวบรวมเรื่องราวของเมืองยะลาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ประกอบไปด้วยก้าวไปสู่อนาคตไว้อย่างครบถ้วน</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321166" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/image-11.jpeg" alt="" /></figure>
</div>
<p>พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 นิทรรศการหลัก ที่นำเสนอด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ชวนตื่นตาตื่นใจ</p>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 1 </strong><strong>ยะลาเมืองของเรา</strong> <strong>เมืองของโลก</strong> เล่าเรื่องตั้งแต่พัฒนาการทางประวัติศาสตร์จนถึงการเป็น Smart City ที่น่าประทับใจที่สุดเท่ากับ <strong>Yala Symphony of Life</strong> ภาพยนตร์เอนิเมชั่นประกอบแสงสีที่พาผจญภัยในนครแห่งความหลากหลายและยั่งยืน</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321171" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture1-4.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 2 </strong><strong>ยะลาเมืองแห่งพลังสร้างสรรค์</strong> โซนนี้ทำให้เราเห็นว่า <strong>“</strong><strong>ของดียะลา</strong><strong>”</strong> มีมากมาย พร้อมเรียนรู้การพัฒนาต่อยอดสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ผลผลิตเลื่องชื่ออย่าง ทุเรียนสะเด็ดน้ำ กล้วยหิน ไปจนถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารจากสังคมพหุวัฒนธรรม ไทยพุทธ ไทยมุสลิม รวมถึงไทยจีน รวมถึงไฮไลต์อย่าง <strong>“</strong><strong>ผ้าปากะยันมลายู</strong><strong>“</strong> ที่มุ่งอนุรักษ์หมายรวมไปถึงส่งเสริมผ้าพื้นเมืองให้ก้าวสู่ระดับสากล</p>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 3 </strong><strong>เมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> พาย้อนรอยประทับใจในประวัติการณ์ครั้ง พระบาทยาตรานครยะลา ชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงนิทรรศการ “เขา ป่า นา เล” ที่สะท้อนถึงภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นบทเรียนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321172" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture2-2.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p>นอกจากนี้ยังมีโซนนิทรรศการหมุนเวียน บอกเล่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเมืองยะลา ผ่านข้าวของเครื่องใช้ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ของบางชิ้นเป็นเกมพื้นบ้านหาชมยาก บอกเลยว่ามาที่นี่ได้รู้จักนครยะลามากขึ้นแน่นอน!</p>
<p><strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong> ที่ตั้ง: ริมแม่น้ำปัตตานี ถนนกรุงแสง (หลังธนาคารออมสิน) เปิด: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา: 09.00 – 16.00 น. ค่าบัตร: 20-40 บาท (ผู้พิการรวมทั้งเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าชมฟรี) สอบถามรายละเอียด: โทร. 073-213966</p>
<p><strong>สักการะ</strong><strong> “</strong><strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง</strong><strong>” </strong><strong>ใจกลางผังเมืองที่ดีที่สุดระดับโลก</strong></p>
<p>ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ <strong>นั่นคือ</strong>จุดแลนด์มาร์กสำคัญของนครยะลา ผังเมืองที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของไทย แล้วก็เป็น 1 ใน 23 ของเมืองที่มีผังเมืองที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งใจกลางผังเมืองนครยะลาแห่งนี้นี่เอง เช่นนั้นแล้วคือจุดประดิษฐาน <strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.ยะลา</strong> สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โอบล้อมด้วยสวนสาธารณะ สระน้ำ แล้วก็พลังศรัทธาของผู้คน</p>
<p>ที่นี่เสมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองยะลาที่ต่างเดินทางมาขอพรบวกกับกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองเสมอ ด้วยมีความเชื่อว่า การมาขอพรที่นี่จะช่วยเสริมสิริมงคล ในด้านการงาน การค้าขาย การเดินทาง และสุขภาพ รวมถึงปกป้องคุ้มครองให้ทุกคนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข มีการจัดพิธีสมโภชหลักเมือง 11 วัน 11 คืนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี</p>
<p><em>“</em><em>ท่านศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ</em> <em>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน</em> <em>เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสอบ</em> <em>หรือว่าเรื่องสุขภาพ</em> <em>มาขอพรเจ้าพ่อหลักเมือง</em> <em>ประสบความสำเร็จทุกครั้ง</em><em>”</em> หนึ่งในผู้ศรัทธาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว</p>
<p><strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยะลา</strong> ที่ตั้ง: วงเวียนหน้าศาลากลาง จ.ยะลา เปิด: ทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น.</p>
<p><strong>ขอพรเรื่องสุขภาพ</strong><strong> “</strong><strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว</strong><strong>” </strong><strong>ศูนย์รวมจิตใจชาวไทย</strong><strong>–</strong><strong>จีน</strong></p>
<p>จากศาลพ่อหลักเมืองไม่กี่นาที เดินทางถึง <strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวฉื่อเซี่ยงตึ๊ง</strong> สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนใน จว.ยะลาแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เป็นพี่น้องคนแต้จิ๋วที่มาปักหลักใน จว.ยะลา จึงมีความเชื่อ ความศรัทธาในองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่นี่อย่างมาก</p>
<p><strong>ลชฎา</strong> <strong>สิทธิวรการ</strong> สมาชิกสภาเทศบาลนครยะลาหมายรวมไปถึงหนึ่งในคณะทำงานมูลนิธิแม่กอเหนี่ยว (ฉื่อเซี่ยงตึ๊ง) ยะลา เล่าว่า ศาลเจ้าแห่งนี้มี <strong>องค์ไต่ฮงโจวซือ</strong> เป็นพระประธาน ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาในฐานะ <strong>“</strong><strong>พระหมอ</strong><strong>”</strong> ผู้บุกเบิกการเก็บศพไร้ญาติและก็เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิปอเต็กตึ๊งทั่วประเทศ ผู้คนส่วนใหญ่มาขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เชื่อกันว่าหากเจ็บป่วยมีโรคภัยจะบรรเทาทุเลาลง รวมถึงเรื่องของหายก็มักได้คืน</p>
<p>หากใครค้าขาย พลาดไม่ได้ที่จะไหว้ขอพร <strong>องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว</strong> ซึ่งเป็นที่นับถือบูชาของคน 3 จว.ชายแดนใต้ร่วมกับคนโพ้นทะเลอย่างมาก เชื่อว่าท่านให้โชคลาภเงินทองประกอบกับส่งเสริมคนกตัญญูอย่างยิ่ง ส่วน <strong>องค์เจ้าแม่กวนอิม</strong> ในศาลเจ้าแห่งนี้ ผู้คนมักนิยมมาขอบุตรสร้างครอบครัว</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321173" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture3-2.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p>ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่สักการะ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของงานประเพณีสำคัญที่แสดงถึงพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ <strong>งานแห่พระลุยไฟ</strong> ที่จัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 15 วัน รวมทั้งเทศกาลงานสำคัญประจำปี เช่น <strong>งานเทกระจาด</strong> <strong>งานไหว้พระจันทร์</strong> และ <strong>งานเสี่ยซิ้ง</strong> (งานขอบคุณพระเจ้าช่วงสิ้นปี)</p>
<p>ใครมีโอกาสมายะลา สามารถขอพรได้ที่ศาลเจ้าหรือจะร่วมทำบุญกับทางมูลนิธิที่ศาลก็ได้เช่นกัน</p>
<p><strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวฉื่อเซี่ยงตึ๊งยะลา</strong> ที่ตั้ง: ถนนพุทธภูมิวิถี เมืองยะลา (ตรงข้ามห้างโคลีเซียม) เปิด: ทุกวัน 06.00-18.00 น.</p>
<p><strong>สงบเย็นในถ้ำโบราณ</strong><strong> “</strong><strong>วัดคูหาภิมุข</strong><strong>” </strong><strong>ไหว้พระนอน</strong> <strong>ขอพรยักษ์เจ้าเขา</strong></p>
<p>ปิดท้ายทริปสายศรัทธาด้วยการสัมผัสความสงบท่ามกลางประติมากรรมโบราณที่ <strong>วัดคูหาภิมุข</strong> หรือ <strong>วัดหน้าถ้ำ</strong> วัดนี้ตั้งอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่ใน ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา และก็เคยเป็นศาสนสถานมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย หรือเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองอย่างมากในภาคใต้</p>
<p>บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น มีธารน้ำล้อมรอบ ก่อนเข้าสู่โถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ต้องเดินขึ้นบันได <strong>“</strong><strong>พญานาคดาวดึงส์</strong><strong>“</strong> สูงถึง 111 ขั้น และก็พบกับรูปปั้นยักษ์สูงใหญ่ราว 6 เมตร ที่ยืนตระหง่านอยู่ปากถ้ำ ชาวบ้านเรียกว่า <strong>“</strong><strong>ยักษ์เจ้าเขา</strong><strong>”</strong> หรือ <strong>“</strong><strong>พ่อท่านเจ้าเขา</strong><strong>”</strong> รูปร่างหน้าตาคล้ายชาวพื้นเมืองดั้งเดิม เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก หากผู้ใดทำผิดศีลธรรมหรือทำเรื่องร้ายแรงก็สามารถดลบันดาลให้มีอันเป็นไป แต่หากผู้ใดตั้งมั่นในศีลธรรม เมื่อมากราบไหว้หรือบนบานสิ่งใดก็จะได้รับพรสมปรารถนา หลายคนขอโชคลาภแล้วสมหวัง จึงถวายไม้กระบอง ดอกไม้ ประกอบไปด้วยจุดประทัดเมื่อพรสำเร็จ</p>
<p>เมื่อเข้ามายังโถงถ้ำ สัมผัสได้ถึงความสงบเย็นใจ กราบไหว้ <strong>พระพุทธไสยาสน์</strong> หรือ <strong>พระนอนศรีวิชัย</strong> หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า <strong>“</strong><strong>พ่อท่านบรรทม</strong><strong>”</strong> พระประธานในถ้ำที่สร้างมามากว่าพันปี มีขนาดความยาวกว่า 24 เมตร ชาวยะลาร่วมกับคนในภาคใต้สักการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน เชื่อกันว่าท่านบันดาลความสงบ ร่มเย็น และก็ความมั่นคงในชีวิตแก่ผู้ศรัทธา</p>
<p>มาเยือนที่นี่แล้วอย่าลืมใช้เวลากับบรรยากาศในถ้ำ ดำดิ่งกับความสงบร่วมกับเย็นสบาย หรือจะชื่นชมธรรมชาติภายนอกมีเส้นทางให้แวะชมอีกหลายจุด เมื่อออกจากถ้ำแล้ว อย่าลืมแวะชมภูมิปัญญาพื้นบ้านใกล้วัดที่ <strong>กลุ่มสีมายา</strong> ที่ชาวบ้านทำผ้ามัดย้อมจาก <strong>“</strong><strong>ดินมายา</strong><strong>“</strong> ซึ่งเป็นดินในถ้ำรวมไปถึงรอบถ้ำ ให้สีธรรมชาติคล้ายสีอิฐที่ติดทนทาน ผสมผสานกับสีจากธรรมชาติอีกหลากชนิด นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก ผ้าพันคอ เป็นของฝากของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</p>
<p><strong>กลุ่มสีมายา</strong> ที่ตั้ง: หน้าวัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง เปิด: ทุกวัน เวลา 9.00-15.00 น. โทร. 086 020 9530</p>
<p>เดินทางครั้งนี้ สัมผัสได้ว่ายะลาเป็นเมืองที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่จินตนาการไว้ ความหลากหลายของวัฒนธรรมที่นี่ชวนรับรู้ถึงความสงบร่วมด้วยพลังบวกที่น่าทึ่ง ทั้งมิติแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน พลังศรัทธาในทุกความเชื่อ และก็ความร่มรื่นของธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว</p>
<p><strong>ใครยังไม่เคยมาลองเปิดใจให้ยะลา แล้วเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง</strong></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/163</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จีน - สหรัฐฯ จะสงบศึกทางการค้า หรือเปิดหน้าชน จับตาวันนี้</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/162</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 01:57:09 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ</strong></p>
<p><strong>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong> ของสหรัฐ กับ<strong> ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง </strong>ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสองชาติมหาอำนาจจะพบกันหลังจากทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ในต้นปีนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในสงครามการค้าที่หลายฝ่ายหวังว่า จะได้รับการแก้ไขประกอบกับยุติลงในการหารือวันนี้</p>
<p>ทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการกลับไปสู่การสงบศึกทางการค้าที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง แต่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง รวมไปถึงปัจจัยฉุดรั้งทางเศรษฐกิจระยะยาวก็มีแนวโน้มจะดำรงอยู่ต่อไประหว่างสองมหาอำนาจคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก</p>
<p>ทรัมป์ได้แสดงความหวังหลายครั้งว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ เมื่อเขาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค แต่สถานที่พบกันครั้งนี้กลับไม่ใช่เมืองคยองจู สถานที่จัดประชุมผู้นำเอเปคที่เกาหลีใต้ทุ่มเททรัพยากรเวอร์วังอลังการเพื่อให้โลกได้เห็นอดีตเมืองหลวงยาวนานกว่า 992 ปีของอาณาจักรโชซอน แต่เป็นเมืองปูซาน ที่เครื่องบินของเหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคจะนำเครื่องมาลงจอด</p>
<p>สื่อบางสำนักคาดการณ์ว่า การพบปะหยุดโลกของสองผู้นำชาติเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ประกอบไปด้วย 2 ของโลกในครั้งนี้ อาจจะจัดขึ้นที่สนามบินนานาชาติกิมแฮในเมืองปูซาน ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงเกาหลีใตเพื่อร่วมการประชุมเอเปค รวมถึงก่อนที่ทรัมป์จะออกเดินทางจากเกาหลีใต้ โดยไม่ได้เข้าร่วมภารกิจการประชุมเอเปคใดๆ อย่างเป็นทางการ เว้นแต่การเข้าร่วมดินเนอร์กับผู้นำเอเปคเพียง 8 เขตเศรษฐกิจแค่นั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี ด้วยการที่ทั้งสองประเทศพร้อมเล่นงานกันอย่างดุเดือดมากขึ้นในการแข่งขันทางเศรษฐกิจรวมไปถึงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นดั่งสงครามเย็นยุคใหม่ คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่เท่ากับ ความสงบชั่วคราวทางการค้านี้จะคงอยู่ยืนยาวได้เพียงใด</p>
<p>สงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ หลังจากที่ปักกิ่งได้ขยายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนครองตลาดโลกเกือบทั้งหมดอยู่<br />ทรัมป์ได้ตอบโต้โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% พร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจำกัดการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้ซอฟต์แวร์ของสหรัฐไปยังจีน ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง</p>
<p>หลังจากการเจรจาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่การค้าระดับสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาคาดว่าปักกิ่งจะยอมเลื่อนการบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับแร่หายากออกไปอีกหนึ่งปี และจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวอเมริกันอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบข้อตกลงสำคัญ ที่คาดว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายว่าจะให้ความเห็นชอบ<br />ก่อนการประชุมสุดยอดเอเปค รอยเตอร์ได้เผยมีรายงานพิเศษในวันที่ 29 ตุลาคมว่า จีนได้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน</p>
<p>ไรอัน แฮสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากสถาบันบรูคกิงส์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่เต็มใจที่จะสละอำนาจควบคุมต่อสินค้าหรือเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายพึ่งพาอยู่ จุดยืนเหล่านั้นจะยังคงอยู่ เหมือนปืนที่บรรจุกระสุนวางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิมที่มีความสำคัญของแต่ละประเทศ<br />ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า หวังให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของการพบกันอีกหลายครั้งระหว่างทรัมป์ประกอบกับสีในปีหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเยือนกันระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อ แต่ทรัมป์ต้องการเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากการเจรจาครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคธุรกิจทั่วโลก</p>
<p>ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลง หากจีนให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเฟนทานิล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดสังเคราะห์รุนแรงหมายรวมไปถึงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐ</p>
<p>ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาอาจลงนามในข้อตกลงสุดท้ายกับสีเกี่ยวกับแอป TikTok แอปพลิเคชันยอดนิยมที่เผชิญกับคำสั่งแบนในสหรัฐ เว้นแต่บริษัทแม่ชาวจีนจะขายกิจการในสหรัฐ</p>
<p>นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับสหรัฐเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เชิงบวก</p>
<p>ข้อตกลงก่อนหน้านี้ ภาษีตอบโต้กันระหว่างสองประเทศลดลงอย่างมากเหลือประมาณ 55% สำหรับการนำเข้าไปยังสหรัฐ รวมถึง 10% สำหรับสินค้าสหรัฐที่นำเข้าไปยังจีน รวมทั้งได้รื้อฟื้นการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากจากจีน กลับสู่ตลาดโลก โดยข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้</p>
<p>สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์แล้วก็การศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน คาดว่า ทั้งสองฝ่ายคงจะเลือกเตะถ่วงเวลาไปก่อนในตอนนี้ ร่วมด้วยไม่ว่าจะได้ข้อตกลงในรูปแบบใด มันก็คงไม่ได้มีเรื่องราวสาระสำคัญหรือเป็นข้อตกลงที่ยั่งยืนนัก</p>
<p>เคนเนดีกล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สหรัฐกังวลมานานอย่างการเข้าถึงตลาดจีน ร่วมกับการผลิตเกินความต้องการของอุตสาหกรรมจีน ขณะที่สำหรับฝ่ายจีน แค่หลีกเลี่ยงประเด็นเหล่านั้นได้ ก็ถือเป็นชัยชนะแล้ว</p>
<p>การพบปะของทรัมป์ร่วมกับสีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันของทรัมป์ ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ลงนามในข้อตกลงกับญี่ปุ่นประกอบไปด้วยชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่หายาก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/162</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หยุดยาวนี้ ททท. ห่วงบาทแข็ง คนแห่เที่ยวนอกประเทศ</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/161</link>
                        <pubDate>Sat, 11 Oct 2025 02:01:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ททท. คาดหยุดยาวหนุนไทยเที่ยวไทยสะพัด 11,940 ล้านบาท ห่วงบาทแข็งคนแห่บินนอก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>ททท. คาดหยุดยาวหนุนไทยเที่ยวไทยสะพัด 11,940 ล้านบาท ห่วงบาทแข็งคนแห่บินนอก</h2>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์</strong> ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยช่วงวันหยุดยาว เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ปี 2568 ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2568 คาดการณ์ว่า บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567<strong> โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.71 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2% สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 11,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 69% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 42%</strong></p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก เท่ากับ ภาคกลาง 658,200 คน-ครั้ง รองลงมาหมายความว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 581,800 คน-ครั้ง และก็ภาคตะวันออก 524,900 คน-ครั้ง ด้านภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก หมายความว่า กรุงเทพมหานคร 2,780 ล้านบาท รองลงมาเช่นนั้นแล้วคือ ภาคตะวันออก 2,470 ล้านบาท ร่วมกับภาคใต้ 2,290 ล้านบาท</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ส่วนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดนี้ 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต รวมไปถึงนครราชสีมา 5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ อุดรธานีสุพรรณบุรี เชียงราย เลย และนครพนม 10 จ.ยอดนิยมที่มีการจองโรงแรมหรือที่พักจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ในช่วงวันหยุดนี้ ได้แก่ ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ นครราชสีมา กาญจนบุรี ราชบุรี บวกกับระยอง</p>
<p><em><strong>“พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุด จะเป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อพาครอบครัวไปไหว้พระทำบุญช่วงวันออกพรรษารวมไปถึงถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต คาดว่าจะมีการเดินทางข้ามภาคเพิ่มขึ้น ทั้งจากกลุ่มครอบครัวที่ลูกหลานอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ร่วมด้วยแรงหนุนจากมาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่มีการใช้สิทธิจองโรงแรมที่พักในจังหวัดนอกภาคภูมิที่ตนอาศัย ซึ่งมีสัดส่วนถึง 63% ผนวกกับกลุ่มท่องเที่ยวสายบุญสายศรัทธา เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศกาลทอดกฐิน พุทธศาสนิกชนนิยมเดินทางไปทอดกฐินตามวัดต่างๆ ที่นับถือรวมทั้งศรัทธากันเป็นหมู่คณะ ร่วมด้วยมักมีการต่อยอดการเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ด้วย” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว</strong></em></p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ต้นเหตุอุปสรรค ได้แก่ 1.ค่าครองชีพร่วมกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว มีการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน นับจากเดือนมกราคม ที่ผ่านม มีค่าดัชนีอยู่ในระดับ 90.6 เหลือเพียง 71.3 ในเดือสิงหาคม สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจรวมถึงความไม่มั่นคงทางรายได้ ส่งผลให้คนไทยระมัดระวังประกอบกับใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า 2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยวันหยุดยาวในเดือนตุลาคม จากสถิติคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรรายวัน (สตม.) พบว่า ในปี 2567 มีจำนวนคนไทยเดินทางออกในช่วงวันหยุดยาวเดือนตุลาคม เฉลี่ยวันละ 52,000 คน รวมทั้งคาดว่าในปีนี้น่าจะมีคนไทยเดินทางออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงมาเลเซีย</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า 3.สภาพอากาศยังมีความแปรปรวน เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน มีโอกาสที่จะมีพายุหมายรวมไปถึงมรสุม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บวกกับภาคใต้ อาจเกิดน้ำท่วมประกอบไปด้วยน้ำป่าไหลหลาก ประกอบกับ 4.ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ร่วมกับสระแก้ว ยังคงมีการปะทะกันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์รวมทั้งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/161</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ท่องเที่ยวไทยซบเซา แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงต่อเนื่อง</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/155</link>
                        <pubDate>Fri, 02 May 2025 06:37:56 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[“ปชน.” ห่วงท่องเที่ยวไทยซบเซา แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากจีน จากสาเหตุภายใน-ภายนอก ชงข้อเสนอระยะสั้น-ยาว เร่งฟื้นสถานการณ์ แนะรัฐบาลเร่งให้ความชัดเจนโครงการ “เราเที่...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ปชน.” ห่วงท่องเที่ยวไทยซบเซา แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากจีน จากสาเหตุภายใน-ภายนอก ชงข้อเสนอระยะสั้น-ยาว เร่งฟื้นสถานการณ์ แนะรัฐบาลเร่งให้ความชัดเจนโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” หวังช่วยกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ชี้หากไม่เตรียมตัวเศรษฐกิจไทยแย่กว่านี้แน่</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เวลา 10.30 น.ที่ รัฐสภา นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวว่า ผ่านมาแล้ว1 ไตรมาส ของปี 68 การท่องเที่ยว ณ ตอนนี้ภาพเริ่มแสดงให้เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทยซบเซาลง จากข้อมูลหลายตัวเลข แสดงให้เห็นชัดว่าตั้งแต่เดือน ก.พ.การท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง หากเจาะลงไปในรายละเอียด ประเทศที่ลดลงมากที่สุดความหมายนักท่องเที่ยวจากจีน ลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มาเลเซียลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เกาหลีใต้ลดลง 15 เปอร์เซ็นต์ มีแค่ 2 ประเทศที่เพิ่มขึ้น เช่นนั้นแล้วคือรัสเซียเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์รวมทั้งอินเดีย เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซนต์ จะเห็นได้ว่าในภาพรวมนักท่องเที่ยวลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวที่ลดลงส่งผลให้ กทม.มีนักท่องเที่ยวลดลง 7.91 เปอร์เซ็นต์ เชียงใหม่ ลดลง 2.76 เปอร์เซ็นต์ ภูเก็ต ลดลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ สงขลา ลดลง 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว</p>
<p>นายณัฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง บางคนบอกว่าเพิ่มเกิดแผ่นดินไหวปลายเดือนมี.ค.แต่สัญญาลดลงตั้งแต่ก.พ.แล้ว แน่นอนว่าแผ่นดินไหวเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาอื่นๆส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศเรา มีปัยจัยภายนอก เกิดจากเศรษฐกิจผันผวน นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ หมายรวมไปถึงประเทศจีน ที่อยากให้คนจีนเที่ยวในประเทศ อาจจะรวมถึงประเทศอื่นๆที่ทำการตลาดเชิงรุกด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุภายนอกที่อาจจะรับมือยากหน่อย แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อม สำหรับเหตุภายใน ตลอดระยะเวลา 1-2 ปีมานี้ความไม่ปลอดภัยจากการท่องเที่ยว ทั้งกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้า ดาราจีนถูกหลอก ทำให้ภาพลักษณ์ที่ออกไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้เขาเชื่อว่าประเทศไทย ไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีความปลอดภัยที่เขาจะมาท่องเที่ยว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165088" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/S__5210145_0.jpg" alt="" width="1567" height="1045" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นายณัฐพล กล่าวว่า ส่วนนโยบายของทรัมป์ อาจจะไม่กระทบตอนนี้ แต่จะทำให้ผู้ประกอบการ ได้รับผลกระทบ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน จำเป็นต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว ซึ่งผลจากความไม่แน่นอนจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แค่ประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายแต่ยังบอกไม่ได้ว่าในช่วงเดือนที่เหลือในปีนี้การท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไร จะแย่กว่าเดิมหรือจะดีขึ้นกว่าเดิม ความท้าทายเหล่านี้จะพิสูจน์ความสามารถของรัฐบาล เราทราบกันดีว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว แต่ความเป็นรูปธรรมของนโยบายการท่องเที่ยว จะมีเรื่องของฟรีวีซ่า วีซ่าฟรี แน่นอนว่าช่วงแรกตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่เคารพกฎหมายของเรา เป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเท่ากับผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ร่วมด้วยนักท่องเที่ยวด้วยกันเอง ทำให้การท่องเที่ยวของเราดูไร้คุณภาพ รวมถึงเทศกาลต่างๆที่รัฐบาลพยายามยกระดับให้เป็นระดับโลก เพื่อให้เทศกาลดึงคนเข้ามา แต่ที่เราเห็นจริงๆจังๆ หมายความว่างานมหาสงกรานต์ 2ปี แต่ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ตัดสินใจมาเพราะงานที่รัฐบาลจัด หากจะทำให้เป็นระดับโลกควรทำมากว่าอนุมัติงบกลางเพียงแต่ 1 เดือนครึ่งก่อนงานมหาสงกรานต์ อย่างนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปโปรโมตให้ต่างชาติเห็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย รวมถึงการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว เราเห็นเพียงการผลักดัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ แล้วบอกว่านี่เช่นนั้นแล้วคือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่สามารถดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ แต่จะดึงเม็ดเงินมาได้ก็ต่อเมื่อ พ.ร.บ.ผ่าน รวมไปถึงมีการประมูล</p>
<p>นายณัฐพล กล่าวด้วยว่า ส่วนปัญหาภายในที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างการปราบปรามกลุ่มจีนเทาก็ทำได้สายเกินไปจนภาพลักษณ์ของไทยเสียไปหมดแล้ว ขณะเดียวกันไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาอื่นๆ เช่น มาตรฐานรวมทั้งความปลอดภัย การจัดระเบียบ การกำกับผู้ประกอบการ การจัดการกับนักท่องเที่ยวที่ไม่เคารพกฎหมาย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่น ส่วนที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน ที่รัฐบาลจะจ่ายครึ่งหนึ่งให้คนไทยเที่ยว วันนี้เข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้วก็ยังไม่รู้ว่าต้องลงทะเบียนที่ไหน ใช้สิทธิอย่างไร ผู้ประกอบการจะเข้าร่วมอย่างไร มีกี่สิทธิ หมายรวมไปถึงรัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้หรือยัง</p>
<p>นายณัฐพล กล่าวว่า ดังนั้นพรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอทั้งระยะสั้นประกอบกับระยะยาว โดยรระยะสั้น ต้องมีการหานักท่องเที่ยวต่างชาติมาทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป รัฐบาลต้องเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่น พยายามทำตลาดกับกลุ่มประเทศเหล่านี้ให้กลายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ของไทยมากขึ้น โครงการเราเที่ยวด้วยกันที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะใช้งบประมาณเท่าไรบวกกับใช้ได้กี่สิทธิ เพื่อชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้อย่างเหมาะสม ร่วมกับประคับประคองผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงนอกจากนี้ รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาในประเทศไทย โดยทบทวนมาตรการฟรีวีซ่ารวมทั้งวีซ่าฟรี โดยเบื้องต้นอาจลดจำนวนวันที่อนุญาตให้อยู่ในไทยได้ลงก่อน หมายรวมไปถึงควรเร่งประชาสัมพันธ์รวมไปถึงบังคับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกรอก Thai Digital Arrival Card (TDAC) หรือใบ ตม.6 ออนไลน์ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เริ่มนำมาใช้แล้วในวันที่ 1 พ.ค.รวมถึงควรปรับโทนการประชาสัมพันธ์สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จาก<strong> “ประเทศไทยน่าเที่ยว”</strong> เป็น <strong>“ประเทศไทยปลอดภัยสำหรับทุกคน”</strong> เพื่อคลายข้อกังวลจากกระแสข่าวเชิงลบ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน</p>
<p>นายณัฐพล กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอระยะยาว รัฐบาลควรขจัดปัญหาภายในอื่นๆ เช่น ความปลอดภัย มาตรฐาน ความสะดวก ความสะอาด ความเป็นธรรม จัดการกับธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย ทลายกลุ่มอาชญากรรม รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบของการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การสร้างหรือขยายสนามบิน</p>
<p>“พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะเร่งรับมือกับความเสี่ยงที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยเสียหายไปมากกว่านี้ หากไม่เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นดังเช่นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ พนักงานลูกจ้าง รวมถึงธุรกิจอื่นที่เชื่อมโยงก็จะยิ่งทรุดไปมากกว่านี้ ปากท้องประชาชนจะมีปัญหามากกว่านี้ บวกกับเศรษฐกิจไทยก็จะแย่ไปมากกว่านี้”นายณัฐพล กล่าว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165091" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/S__5210147_0.jpg" alt="" width="1567" height="1045" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยว จว.ภูเก็ตซบเซา ว่า ต้องยอมรับว่าภูเก็ตเป็นเครื่องจักรสำคัญในภาคการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ จากตัวเลขนักท่องเที่ยวประกอบไปด้วยรายได้ของการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตในไตรมาสแรกปี 2568 มีตัวเลขพุ่งสูงขึ้นในเดือนมกราคม เท่านั้น แต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน กลับมีตัวเลขต่ำลง เมื่อนำตัวเลข 3 เดือนหลังมารวมกันก็เท่ากับเดือนมกราคมที่นักท่องเที่ยวหายไป ประกอบไปด้วยการสร้างรายได้ต่างๆก็มีเสียงสะท้อนจากประกอบการในพื้นที่ในเรื่องของต้นทุน ทั้งค่าวัตถุดิบ และก็ ค่าไฟที่แพงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระ ประกอบไปด้วยต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดภูเก็ต มีความแออัด ในเรื่องเกี่ยวกับการจราจร การขนส่งทางบก รวมทั้งขนส่งสาธารณะที่ยังดีพอให้กับนักท่องเที่ยว หมายรวมไปถึงเป็นอุปสรรคแม้ว่า จ.ภูเก็ตจะมีศักยภาพการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในระยะยาวได้ ซึ่งขณะนี้การท่องเที่ยวกำลังหลั่งไหลไปที่ประเทศเวียดนาม แล้วก็มาเลเซีย</p>
<p>นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตยังต้องไปเผชิญความท้าทายในเรื่องของกลุ่มทุนต่างชาติที่มาถือครอง เป็นนอมินี ประกอบกับประกอบธุรกิจสีเทา รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติหมายรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่ภูเก็ตต้องสูญเสียไป มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล มีขยะล้นเมือง และมีนักท่องเที่ยวฟรีวีซ่าที่ไร้ซึ่งคุณภาพ ในการมาท่องเที่ยวในภูเก็ต ทำให้ภาพลักษณ์เหล่านี้สื่อสารออกไปทำให้ทั่วโลกมองเห็นภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่สะอาดสวยงามปลอดภัยเช่นเดิม รวมถึงมีการประกอบธุรกิจร้านกัญชาทุกหัวมุมถนน ทุกแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ให้ความเชื่อมั่นที่จะมาท่องเที่ยว เนื่องจากในเรื่องของยาเสพติดในประเทศจีนค่อนข้างที่จะมีโทษอัตราที่สูง ถึงขั้นประหารชีวิต ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่กล้าที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งกันไปท่องเที่ยวยังประเทศอื่น ทำให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตซบเซา</p>
<p>“อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ควรใส่ใจร่วมกับดูแลในเรื่องของการท่องเที่ยว รวมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้ไทยสามารถแข่งขัน และก็ทัดเทียมกับประเทศที่เป็นเมืองของการท่องเที่ยวชั้นนำ แน่นอนว่าภูเก็ตมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ไม่แพ้ชาติใดในโลก รวมถึงเราสามารถพัฒนา จ.หรือพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวได้ หากมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ประกอบไปด้วยการแก้ไขปัญหา ซึ่งผมมองว่า ฟรีวีซ่า เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพียงระยะสั้น แต่ส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศเดือดร้อน”นายเฉลิมพงศ์​กล่าว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165092" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/S__5210149_0.jpg" alt="" width="1020" height="680" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/155</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>รองผู้ว่า เคลียร์ เตือนก่อนปรับ ถ้าไม่นำสัตว์เลี้ยง ไม่ไปจดฯ-ฝังชิป</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/154</link>
                        <pubDate>Fri, 02 May 2025 06:20:01 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รองผู้ว่าฯตอบเคลียร์ ‘เตือนก่อนปรับ’ ถ้าเกิดว่าทาสไม่ไปจดฯ-ฝังชิป – ยัน กทม.ไม่เดินตรวจ แต่มีคนร้องเรียนอยู่ตลอด
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) น.ส.ทว...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รองผู้ว่าฯตอบเคลียร์ ‘เตือนก่อนปรับ’ ถ้าเกิดว่าทาสไม่ไปจดฯ-ฝังชิป – ยัน กทม.ไม่เดินตรวจ แต่มีคนร้องเรียนอยู่ตลอด</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) <strong>น.ส.ทวิดา กมลเวชช</strong> รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงรายละเอียด พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ <strong>‘ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ 2567</strong>’ (ข้อบัญญัติควบคุมสัตว์ฉบับใหม่) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 10 มกราคม 2569</p>
<p>โดยในตอนหนึ่ง น.ส.ทวิดา รายละเอียดที่จะมีผลกระทบกับประชาชน ส่วนที่ละเอียดที่สุดเกี่ยวกับ <strong>“สุนัขร่วมด้วยแมว”</strong> ซึ่งขณะนี้เราทำงานร่วมกันกับเครือข่าย อยากให้มั่นใจว่า กระบวนการไม่ใช่รัฐทำแต่เพียงผู้เดียว หรือพิจารณาเพียงในแง่ข้อกฎหมาย แค่นั้น</p>
<p><em>“เราทำงานกับเครือข่ายที่มีความชำนาญ มีทักษะ คร่ำหวอดในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ว่าทำเช่นไรให้การกำกับควบคุมนี้ จะเป็นผลดีกับสัตว์เลี้ยง ต่อสิ่งมีชีวิต รวมถึงสุขอนามัยของทั้งสัตว์ร่วมกับผู้เลี้ยง ทั้งทางร่างกายร่วมกับจิตใจ”</em> น.ส.ทวิดาเผย</p>
<p>ในตอนหนึ่งเมื่อมีผู้สอบถามว่า ประชาชนที่เลี้ยงอยู่เดิม หลายคนอาจจะมีสัตว์เลี้ยงอย่าง สุนัขร่วมกับแมวเกินจำนวน หลังข้อบัญญัติมีผลบังคับใช้แล้ว หากยังไม่ได้นำสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่เดิมไปจดแจ้ง ฝังไมโครชิป ทาง กทม.จะดำเนิการอย่างไร และถือว่ามีความผิดหรือไม่ ?</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165047" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164539429_0.jpg" alt="" width="1379" height="695" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ด้าน <strong>นายสัตวแพทย์ ศิษฏพล เอี่ยมวิสูตร์</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กล่าวว่า ข้อบัญญัตินี้ นับว่าเป็นกฎหมายท้องถิ่นชนิดหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้ว เรามีเจตนาหลักของการออกกฎหมายนี้ ก็เพื่อควบคุมระเบียบในการเลี้ยงและก็ปัญหาที่มีผลกระทบ รวมถึงโรคที่จะติดต่อสู่คนด้วย</p>
<p><em>“ส่วนท่านที่เลี้ยงอยู่แล้ว เกินจำนวน สุดท้ายก็ควรจะต้องดำเนินการตามข้อบัญญัติ ซึ่งออกมาแล้ว ประกอบไปด้วยเรามีระยะผ่อนผัน ให้แจ้งเกินจำนวนด้วย</em></p>
<p><img class="size-full wp-image-5165055 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164349453_0.jpg" alt="" width="487" height="651" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p><em>ในส่วนที่อยู่แล้วไม่ได้แจ้ง หากท่านเกิดปัญหาเรื่องของเหตุรำคาญ ที่ได้มีผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่จะขอเข้าไปตรวจสอบ ให้คำแนะนำ เพื่อให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติต่อไป”</em> นายสัตวแพทย์ ศิษฏพล กล่าว</p>
<p>ด้าน <strong>น.ส.ทวิดา</strong> รองผู้ว่าฯ กล่าวเสริมว่า แม้กระนั้นหากถามว่า ด้วยจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ค้อนข้างเยอะ ซึ่งก็มีผู้เลี้ยงจำนวนมาก เยอะพอสมควร <strong>หาก กทม.จะไปเดินตรวจเพื่อจับผิด ก็คงไม่ได้ทำเช่นนั้น</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165046" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164527133_0.jpg" alt="" width="1420" height="756" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p><strong>“แต่มันจะเกิดอาการนี้ขึ้น หมายความว่ามีคนร้อง ซึ่งอันนี้จะเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะจริงๆ แล้วทุกวันนี้มีเรื่องร้องมาตลอดเวลา เช่น กลิ่น ขน เสียง ของบ้านเรือน หรือชุมชนข้างเคียงที่เลี้ยงเป็นจำนวนมาก”</strong></p>
<p><em>“พอมีเรื่องร้องมา แน่นอนว่า กทม.ก็ต้องตาม เมื่อไปถึงก็พบว่าท่านมีเกินจำนวน ทั้งๆ ที่ผ่านวันที่กฎหมายบังคับใช้ไปแล้ว ซึ่งเราก็คงต้องเตือน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าท่านเลี้ยงมาก่อนนั้น ความหมายเรามีระยะยื่นให้ เราก็คงต้องบอกกันว่า ‘ท่านมีสัตว์เลี้ยงเกินจำนวน แล้วต้องไปแจ้ง ฝังชิปให้หมดก่อน’ ดังนั้น <strong>เราเตือนก่อนอยู่แล้ว หลังจากเตือนจะมีการกำหนดวัน หากท่านยังไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ ตามมาตรา ที่ข้อบัญญัติกำหนดไว้</strong>”</em></p>
<p>“เนื่องจากวันนั้นเป็น ‘ข้อบัญญัติ’ เป็นกฎหมายแล้ว ก็จะมีการปรับ มีโทษตามที่เขียนไว้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำตามกฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกัน จึงต้องดำเนินการหากมีข้อร้องเรียน” น.ส.ทวิดากล่าว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165050" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164549951.jpg" alt="" width="1631" height="844" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>น.ส.ทวิดาเผยด้วยว่า ในขณะที่เรามีคนรักสัตว์ แล้วก็เลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตนก็อยากเรียนให้ทราบเหมือนกันว่า ข้อร้องเรียนก็เยอะจริงๆ</p>
<p><em>“ข้อร้องเรียนที่มาใน ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ก็เยอะ ต่อจากนี้ไปหากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เวลามีข้อร้องเรียนมา ก็มีความผิดแรงขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ อาจจะต้องขอความเห็นใจให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.ด้วย แล้วก็ข้อความร่วมมือ มาแจ้งกับเราไว้ ซึ่งกฎหมายมีผลย้อนหลังไม่ได้อยู่แล้ว”</em> น.ส.ทวิดากล่าว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5165051" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164380079_0.jpg" alt="" width="1747" height="891" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="aligncenter size-full wp-image-5165052" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164404845_0.jpg" alt="" width="1728" height="886" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="aligncenter size-full wp-image-5165041" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164428448_0.jpg" alt="" width="1732" height="903" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="aligncenter size-full wp-image-5165044" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164462684_0.jpg" alt="" width="1504" height="881" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="aligncenter size-full wp-image-5165045" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164471730_0.jpg" alt="" width="1466" height="824" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="aligncenter size-full wp-image-5165042" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164443592_0.jpg" alt="" width="1660" height="933" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5165053 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/05/messageImage_1746164416435_0.jpg" alt="" width="564" height="756" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/154</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ท่องเที่ยวไทยเผชิญศึกแข่งขันเดือด</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/153</link>
                        <pubDate>Tue, 29 Apr 2025 02:16:19 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ท่องเที่ยวไทยเผชิญศึกแข่งขันดึงนทท.ดุเดือด ททท.งัดอาวุธลับเปลี่ยนเกมตลาดจีน
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวบวกกับกีฬา เปิดเผยว่า การลดลงของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>ท่องเที่ยวไทยเผชิญศึกแข่งขันดึงนทท.ดุเดือด ททท.งัดอาวุธลับเปลี่ยนเกมตลาดจีน</h2>
<p><strong>นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์</strong> ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวบวกกับกีฬา เปิดเผยว่า การลดลงของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย ต้องยอมรับว่า สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่อง เพราะท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องจักรตัวสุดท้ายในการสร้างรายได้ นำเงินจากต่างชาติเข้าไทย สิ่งที่น่ากลัวร่วมด้วยน่ากังวลไม่ต่างจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง การที่เราต่อสู้กับ ญี่ปุ่น และเวียดนามไม่ได้ ยังมีเหตุของการที่ประเทศจีนเองมีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ บวกกับเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจากทั่วโลกเข้าไปเที่ยวในจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>
<p>นางสาวนัทรียา กล่าวว่า ปัจจุบันนี้จีนคิดอัตราการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในจีน แล้วก็ช้อบปิ้ง สามารถขอคืนภาษีได้ 13% ซึ่งระบบคืนภาษี มีการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ให้ง่าย สะดวก บวกกับรวดเร็ว เพื่อยั่วยวนใจให้นักท่องเที่ยวช้อบปิ้ง กิน ใช้ในประเทศจีนรูปแบบคล้ายกับญี่ปุ่น ที่ล่อใจนักท่องเที่ยวเข้าไปช้อปปิ้งจำนวนมากต่อปี</p>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์</strong> ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การซื้อของปลอดภาษี รวมไปถึงการคืนภาษีแวตให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ได้ถูกรวมอยู่ในนโยบายอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งได้มีการหารือกันมาตั้งแต่ปี 2567 ล่าสุด จีนก็ใช้นโยบายนี้ในการเพิ่มการใช้จ่ายเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลไทยภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษา ทำให้ทุกวันนี้จีนกลายเป็นคู่แข่งรายใหม่ของโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น หน่วยงานที่เชื่อมโยงจึงควรให้ความร่วมมือแล้วก็ช่วยแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นร่วมกัน</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่รัฐบาลจะสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ในส่วนของค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว รัฐบาลสมทบให้อัตรา 50% ประชาชนจ่ายเอง 50% แต่เบื้องต้นเงื่อนไขเหล่านี้ยังต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ ว่าจะสมทบในส่วนของรัฐบาลที่อัตราเท่าใดแน่ และแบ่งเงื่อนไขอย่างไรเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ ททท.ส่งรายละเอียดให้พิจารณาทั้งหมดแล้ว คาดว่าหากมีการพิจารณาเรียบร้อยในส่วนของงบประมาณ ไทม์ไลน์ จำนวนสิทธิ แล้วก็เงื่อนไขต่างๆ แล้วเสร็จจะนำฟีดแบคกลับมาทำงานอีกครั้ง จากนั้นจึงนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณา จึงคาดว่าไม่น่าจะล่าช้า ส่วนจะทันเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ ต้องดูวาระงานอีกครั้ง</p>
<p><em><strong>“ตลาดนักท่องเที่ยวจีน ททท.ยังคงเดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับตลาดอื่นที่มีศักยภาพสูง อาทิ ยุโรป หรือตลาดระยะไกลที่ตัวเลขเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญ โดยตลาดจีนในปีนี้ถือว่ามีสาเหตุเชิงบวก เนื่องจากเป็นปีที่มีการฉลองความสัมพันธ์ไทยจีนครบรอบ 50 ปี ซึ่ง ททท.จัดงานฉลองความสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อาทิ ตรุษจีน มีคอนเสิร์ตศิลปินที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีนล้นเหลือ รวมถึงทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยแคมเปญใหญ่ที่วางแผนดำเนินการเป็นโครงการสวัสดี หนีห่าว ประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวไทย ต่อยอดจากแคมเปญหนีห่าว มันธ์ ที่ดึงหลัวอวิ๋นซี นักแสดงจีนยอดนิยม เข้ามาเป็นสื่อกลางเผยแพร่ภาพท่องเที่ยวไทยออกไป” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว</strong></em></p>
<p><strong>นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์</strong> เลขาธิการกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า ) กล่าวว่า จากการที่จีนเร่งปรับขึ้นภาษีสินค้าโดยเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 13% เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวให้ใช้จ่ายผ่านช่องทางที่สะดวกมากขึ้น เรื่องนี้หากรัฐบาลตอบสนองช้าเกินไป ไทยอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านท่องเที่ยวไป ไทยควรใช้นโยบายที่คล้ายคลึงกัน เนื่องจากการคืนภาษีทันทีที่จุดท่องเที่ยวต่างๆ จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้นระหว่างการเดินทาง ซึ่งอาจทำให้การใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด</p>
<p>นายอดิษฐ์ กล่าว่วา นับตั้งแต่ต้นปีนี้ จีนได้ดำเนินนโยบายการท่องเที่ยวที่แข็งขันมากขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศหมายรวมไปถึงต่างประเทศ นอกจากการคืนภาษีแล้ว รัฐบาลจีนยังอนุญาตให้พลเมืองจาก 54 ประเทศอยู่ต่อได้นานสูงสุด 240 ชั่วโมง หรือ 10 วัน โดยใช้นโยบายการผ่านแดนโดยไม่ต้องมีวีซ่า ซึ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีนในเอเชีย ก็ใช้ระบบชอปปิ้งปลอดภาษีเช่นกัน แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเตรียมเปลี่ยนระบบนี้ให้เป็นระบบคืนเงินภาษีในปีหน้าก็ตาม ซึ่งตามรายงานของ Global Blue บริษัทที่ทำการคืนภาษีชอปปิ้งเพื่อการท่องเที่ยว พบการใช้จ่ายปลอดภาษีในญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้น 219% ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 โดยส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคิดเป็น 50%</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board/travel">ข่าวสารท่องเที่ยว</category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/153</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		