<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่ - Recent Topics				            </title>
            <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board</link>
            <description>ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกาศ ข่าวสารทั่วไป</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Sat, 20 Jun 2026 05:07:26 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>แผ่นดินไหว 8.2 ที่ฟิลิปปินส์ ไม่กระทบไทย</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/174</link>
                        <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 02:02:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ด่วน แผ่นดินไหว 8.2 ที่ฟิลิปปินส์ เขย่าเกาะมินดาเนา กรมอุตุ ยันไม่กระทบไทย
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง แผ่นดินไหวที่ Mindanao, Philippines ฉบับที่ 1/2569 รา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>ด่วน แผ่นดินไหว 8.2 ที่ฟิลิปปินส์ เขย่าเกาะมินดาเนา กรมอุตุ ยันไม่กระทบไทย</h2>
<p>เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 <strong>กรมอุตุนิยมวิทยา</strong> ออกประกาศเรื่อง แผ่นดินไหวที่ Mindanao, Philippines ฉบับที่ 1/2569 รายละเอียดดังนี้</p>
<p>เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 06.37 น. เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่ บริเวณ Mindanao, Philippines ที่ละติจูด 5.64 องศาเหนือ ลองติจูด 125.19 องศาตะวันออก ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5751763" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/info-แผ่นดินไหว-สถิติแผ่นดินไหว-2.jpg" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5751762" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/06/messageImage_1780876934823.jpg" /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/174</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เตรียมรอลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 25 พค.69 นี้</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/173</link>
                        <pubDate>Wed, 20 May 2026 01:31:32 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ครม.เคาะ “ไทยช่วยไทยพลัส” 1.7แสนล. 43 ล้านคนเฮ ลงทะเบียน 25 พ.ค.ใช้ 1 มิ.ย. ไฟเขียวเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและก็รัฐมนตรีว่า...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>ครม.เคาะ “ไทยช่วยไทยพลัส” 1.7แสนล. 43 ล้านคนเฮ ลงทะเบียน 25 พ.ค.ใช้ 1 มิ.ย. ไฟเขียวเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน</h2>
<p>เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 <strong>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</strong> รองนายกรัฐมนตรีและก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนหมายรวมไปถึงช่วยประคับประคองธุรกิจรายย่อย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญภาวะสินค้าราคาแพงรวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยวางแนวทางช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณรวม 5.6 หมื่นล้านบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 โดยผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เพราะเงินจะโอนเข้าในบัตรโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด จะแจ้งขั้นตอนให้ทราบชัดเจนอีกครั้ง ซึ่ง ครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ปรับปรุงฐานข้อมูลให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม</p>
<p>นายเอกนิติ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 ประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือนประมาณ 30 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท รัฐบาลจะช่วยจ่ายร้อยละ 60 ประชาชนจ่ายเองร้อยละ 40 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า ร่วมด้วยบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน</p>
<p>“มีเงื่อนกำหนดว่า หากใช้สิทธิไม่ครบในแต่ละเดือน จะไม่สามารถนำวงเงินคงเหลือไปทบในเดือนถัดไปได้” นายเอกนิติ กล่าวร่วมกับว่า ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นมาตรการช่วย “ต่อลมหายใจ” ให้ร้านค้ารายเล็ก รวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางภาวะต้นทุนสูงและก็กำลังซื้อชะลอตัว<br />ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโครงการดังกล่าว ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น. หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ระยะเวลาการใช้สิทธิ วันที่ 1 มิถุนายน-วันที่ 30 กันยายน 2569 ในร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.</p>
<p>ด้าน<strong> น.ส.รัชดา ธนาดิเรก</strong> โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราร่วมด้วยการให้สิทธิการตรวจลงตราต่างๆ ของไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ โดยทบทวนประเภทวีซ่าทั้งหมด ที่ประเทศไทยให้กับประเทศอื่นที่จะมีความแตกต่างกันในช่วงระยะเวลาที่พำนักในประเทศ เช่น 60 วัน 15 วัน หมายรวมไปถึงวีซ่าที่ขอรับได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ซึ่งจุดดีเช่นนั้นแล้วคือ เป็นการเอื้ออำนวยหมายรวมไปถึงเย้ายวนใจนักท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกัน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การใช้วีซ่าบางประเภทเป็นช่องทำให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาใช้โอกาสของฟรีวีซ่า นายกรัฐมนตรีจึงมีดำริให้ทบทวนรวมไปถึงจัดทำให้เป็นระบบ</p>
<p>วันเดียวกัน <strong>นายมังกร ประทุมแก้ว</strong> อธิบดีกรมการกงสุล แถลงที่ กต.ว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้ทบทวนมาตรการยกเว้นวีซ่ ให้กับนักเดินทางต่างชาติ ตามข้อเสนอของ กต. ทั้งนี้ ครม.มีมติให้ 1 ประเทศหรือดินแดนได้รับ 1 สิทธิ ในการยกเว้นการตรวจลงตรา นอกจากนั้น ยังมีมติให้ยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยวระยะเวลา 60 วัน ทั้งหมด 93 ประเทศและดินแดน รวมถึงสั่งให้ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 30 วัน จาก 57 ประเทศหรือดินแดน ให้เหลือ 54 ประเทศหรือดินแดน อีกทั้ง ครม.ยังมีคำสั่งให้จัดทำมาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยวระยะเวลา 15 วัน จำนวน 3 ประเทศหรือดินแดน รวมทั้งทบทวนมาตรการ Visa on Arrival (VOA) หรือ การอนุญาตให้ชาวต่างชาติขอวีซ่าได้ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง จาก 31 ประเทศหรือดินแดน ลดลงเป็น 4 ประเทศหรือดินแดน โดยรายละเอียดจะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย (มท.) จำนวน 3 ฉบับ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p>
<p>“การทบทวนมาตรการดังกล่าว เป็นผลมาจากการหารือของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวเนื่องในนโยบายการตรวจลงตรา โดยคำนึงถึงเหตุรวมทั้งเหตุผลต่างๆ เช่น ความมั่นคง การท่องเที่ยวบวกกับเศรษฐกิจ รวมถึงหลักปฏิบัติต่างตอบแทน ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิในการยกเว้นการตรวจลงตราที่ทำให้ชาวต่างชาติสับสน ประกอบไปด้วยความสะดวกของระบบ E-Visa ของ กต.” นายมังกร กล่าว</p>
<p>อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยแล้วด้วยสิทธิการยกเว้นการตรวจลงตราเดิม หรือผู้ที่กำลังจะเดินทางมายังประเทศไทยก่อนที่มาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้นั้น จะยังได้รับสิทธิในการพำนักอยู่ในประเทศไทยจนกว่าระยะเวลาพำนักตามสิทธิเดิมจะสิ้นสุดลง หลังจากที่มาตรการตรวจลงตราใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องเข้ามาด้วยสิทธิใหม่ที่จะมีผลหรือความตกลงทวิภาคีหรือขอรับการตรวจลงตรา E-Visa ตามวัตถุประสงค์การเดินทาง</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/173</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เพิ่มเงินอุดหนุนนักเรียน พร้อมรับเปิดเทอม 18 พ.ค. 69</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/172</link>
                        <pubDate>Thu, 07 May 2026 02:24:13 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รบ. พร้อมรับเปิดเทอม 18 พ.ค. เร่งตรวจความปลอดภัยในรร. จัดลดราคาสินค้า เพิ่มเงินอุดหนุนนักเรียน
เมื่อวันที่ 7 พ.ค.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt"><strong>รบ. พร้อมรับเปิดเทอม 18 พ.ค. เร่งตรวจความปลอดภัยในรร. จัดลดราคาสินค้า เพิ่มเงินอุดหนุนนักเรียน</strong></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 7 พ.ค.น.ส.<strong>ลลิดา เพริศวิวัฒนา</strong> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน ทั้งคุณภาพการเรียนรู้ ควบคู่กับความปลอดภัยของนักเรียน และก็ดูแลภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองช่วงเปิดภาคเรียน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับเปิดเทอม ในวันที่ 18 พ.ค.69 นี้ บางแห่งจะทยอยเปิดในวันที่ 14–15 พ.ค. 69 จึงเร่งตรวจสอบหมายรวมไปถึงปรับปรุงความพร้อมระบบไฟฟ้า อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน สนามเด็กเล่น บ้านพักครู เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด หมายรวมไปถึงสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กไทยอย่างมีความสุข</p>
<p>น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลักด้านการศึกษา โดยเน้นแนวทาง “All for Education” รับความคิดเห็นจากครู บุคลากรทางการศึกษา ประกอบกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง ลดการสั่งการจากส่วนกลาง ร่วมกับเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>นอกจากนั้น รัฐบาลยังเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระเร่งด่วน โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “วางระบบความปลอดภัยนักเรียน” ร่วมกับ 18 หน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายรวมไปถึงหน่วยงานด้านสังคม ในวันที่ 15 พ.ค.69 นี้ เพื่อเชื่อมโยงระบบการดูแล ป้องกัน ร่วมด้วยช่วยเหลือนักเรียนอย่างครบวงจร</p>
<p>น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ“Back To School 2026” ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 31 พ.ค.69 โดยลดราคาสินค้าหมายรวมไปถึงบริการด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ สูงสุดถึง 86% ทั้งอุปกรณ์การเรียน สินค้าไอที บริการเสริม ผ่านห้างร้าน ร้านธงฟ้า ร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ คาดว่าจะช่วยลดภาระประชาชนไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท</p>
<p>โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี ยังได้มีมติปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมทั้งภาคเรียนที่ 2/2568 ร่วมด้วยภาคเรียนที่ 1/2569 เพิ่มทุกระดับชั้นบวกกับหมวดค่าใช้จ่าย อาทิ ค่าใช้จ่ายจัดการเรียนการสอนระดับก่อนประถม 2,040 บาทต่อคนต่อปี ระดับประถม 2,280 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 4,200 บาท รวมไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย 4,560 บาท</p>
<p>รวมถึงการสนับสนุนค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และเงินเพิ่มสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองแล้วก็ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพื่อให้เด็กไทยสามารถเรียนรู้อย่างมั่นใจ มีความสุข เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/172</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>อาหารขึ้นราคา พิษน้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ ดีด 2.89%</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/171</link>
                        <pubDate>Wed, 06 May 2026 05:44:59 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อาหารจานด่วนแห่ขึ้นราคา-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ เม.ย.ดีด 2.89% สูงสุด 38 เดือน
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ให้ข...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>อาหารจานด่วนแห่ขึ้นราคา-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ เม.ย.ดีด 2.89% สูงสุด 38 เดือน</h2>
<p>เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ให้ข่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 103.03 เทียบกับเดือนเมษายน 2568 สูงขึ้น 2.89% แล้วก็สูงขึ้น 2.75 % จากเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 38 เดือน เหตุจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบไปด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ จึงส่งผลกระทบให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบประกอบกับอื่นๆ ของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด</p>
<p>ทั้งนี้ สินค้า 464 รายการในการคำนวณเงินเฟ้อ พบว่าเดือนเมษายน 251 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 42 รายการราคาคงเดิม ร่วมด้วย 171 รายการราคาลดลง เมื่องแยกเป็นหมวด พบว่า หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารหมายรวมไปถึงเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4.14 % จากราคากลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน ประกอบกับสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ส่วนหมวดอาหารบวกกับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.98% ที่สำคัญมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างอาหารจานเดียว 7 รายการยอดนิยม หมายความว่า ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา จำนวน 1396 รายการ พบว่าราคาเริ่มสูงขึ้น 136 รายการหรือ9.74% ซึ่งอัตราราคาที่สูงขึ้น ตั้งแต่ 10-25% โดยเมนูที่มีราคา 30-40 บาทจะปรับมากสุดเทียบกับราคาเมนูเกิน 40-50 บาท ขณะที่ราคาผักสด ไข่ไก่ ข้าวสารเจ้า ไก่สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ น้ำดื่มบริสุทธิ์ )รวมไปถึงปลาและก็สัตว์น้ำสูงขึ้น นอกจากนี้ อาหารโทรสั่ง (Delivery) สูงขึ้นหลังสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมีมากขึ้น</p>
<p>สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดบวกกับพลังงานออก) สูงขึ้น 0.83% เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.57% ร่วมกับสูงขึ้น 0.41 จากเดือนก่อนหน้า โดยเฉลี่ย 4 เดือนแรกปี 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป สูงขึ้น 0.32 % บวกกับ เงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น 0.64%</p>
<p>นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนพฤษภาคม 2569 คาดยังเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ต้นเหตุสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวระดับสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ 2. ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย หลังจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน 3. ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรบวกกับเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์ร่วมด้วยต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 4.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง หมายรวมไปถึงค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง บวกกับ 5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบรวมไปถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1.ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการไทยช่วยไทย 2. ค่ากระแสไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 แม้จะมีการปรับเพิ่มค่า Ft รอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569 จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ใช้ 200 หน่วยแรก อัตราค่าไฟฟ้าจะไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย หมายรวมไปถึง 3. ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ รวมถึงมาตรการคนละครึ่งพลัสก็มีผลต่อเงินเฟ้อด้วย</p>
<p>“เศรษฐกิจไทยยังไม่เกิดภาวะ Stagflation แต่เป็นเศรษฐกิจขยายตัวต่ำและก็เงินเฟ้อสูงขึ้น ต้นเหตุจาก Supply Shock ต้นทุนการผลิตสูงอย่างกะทันหัน จากราคาน้ำมันแล้วก็พลังงานแพง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 % หรือ ค่ากลาง 2% บนสมมุติฐานจีดีพีขยายตัว 1.5-2.5 % น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันประกอบไปด้วยอาหารปรับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อทั้งปีจะขึ้นไปถึง 2.50-3.50 % “ นายนันทพงษ์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บนคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว 2% แยกเป็น ไตรมาสแรกลบ 0.54 % ไตรมาสสองบวก 3.07% (เม.ย.บวก 2.89% พ.ค. 3.06% มิ.ย. 3.27% ) ไตรมาสสามบวก 3.63% (ก.ค. 3.49 % ส.ค. 3.58% ก.ย. 3.78 %) ไตรมาส 4 บวก 3.84 %( ต.ค. 4.05% พ.ย. 3.85% ธ.ค. 3.60% )</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/171</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>เตรียมรับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง น้ำมันแพง ของแพง</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 04:05:02 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง
วันที่ 3 เมษายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์กา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt"><strong>ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง</strong></span></p>
<p>วันที่ 3 เมษายน <strong>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</strong> แจ้งข้อมูลว่า ดัชนีราคาส่งออก ประกอบไปด้วยดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับความต้องการนำเข้าสินค้าสำหรับผลิตรวมถึงส่งออกยังขยายตัว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจร่วมด้วยการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ร่วมด้วยความผันผวนของค่าเงินบาทรวมไปถึงต้นทุนโลจิสติกส์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662527 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_722794939_0.jpg" alt="" width="1000" height="601" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 2.2 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.8 ได้แก่ ทองคำ จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจโลก ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและก็การลงทุนด้าน AI ประกอบกับ Data Center เพิ่มขึ้นทั่วโลก แล้วก็เครื่องปรับอากาศหมายรวมไปถึงส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศแล้วก็ระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น</p>
<p>หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร บวกกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมด้วยไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและก็แปรรูป จากความต้องการเนื้อไก่ร่วมด้วยสินค้าไก่แปรรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่<strong>หมวดสินค้าแร่ประกอบไปด้วยเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6</strong> โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากอุปทานน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662528 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2541816961_0.jpg" alt="" width="1000" height="561" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 120.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YoY) สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตประกอบกับการลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน แล้วก็วัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลกรวมไปถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย<strong> หมวดสินค้าวัตถุดิบและก็กึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9</strong> ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบ<br />เพื่อใช้ผลิตแล้วก็ส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ประกอบไปด้วยสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้แร่โลหะเพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.4</strong> ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตามความต้องการบริโภคในประเทศ และก็การนำเข้าสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมรวมทั้งเภสัชกรรม ตามความต้องการใช้ยารวมทั้งเวชภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเครื่องประดับอัญมณี จากการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย ประกอบกับโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตหมายรวมไปถึงส่งออก</p>
<p><strong>หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2</strong> ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและก็ส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนเพิ่มขึ้น หมายรวมไปถึงหมวดยานพาหนะประกอบไปด้วยอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบร่วมด้วยอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662530 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2547469757_0.jpg" alt="" width="1000" height="666" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก บวกกับดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีเหตุสนับสนุนจาก<br />1) สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน<br />2) ความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรประกอบไปด้วยอาหารแปรรูปขยายตัวต่อเนื่อง<br />3) สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หมายรวมไปถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก<br />4) ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง แล้วก็วัตถุดิบนำเข้า ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่</p>
<p>ขณะที่ต้นเหตุเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่<br />1) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ประกอบกับอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง<br />2) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค<br />3) ต้นทุนโลจิสติกส์ร่วมกับค่าระวางเรือสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น<br />4) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าร่วมด้วยมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ<br />5) ความผันผวนของค่าเงินบาท</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ป.ป.ช.ชี้มูล สฤษฏ์พงษ์ อดีต สส.กระบี่ ภูมิใจไทย ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ที่ดิน ภ.บ.ท.5</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/169</link>
                        <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 06:19:30 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายสุรพงษ์ อินทรถาวร</strong> เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด <strong>นายสฤษฎ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span></strong> เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง</p>
<p>กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครอง ได้ตามกฎหมาย</p>
<p>ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span> ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อ.เหนือคลอง จว.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) ประกอบกับเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้</p>
<p>โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และก็สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ. กระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน</p>
<p>โดยไม่ปรากฏว่า นายสฤษฎ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span> ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฎ์พงษ์ ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จว.กระบี่</p>
<p>รวมทั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นายสฤษฎ์พงษ์ ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยปลูกปาล์มน้ำมันรวมไปถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน เรื่อยมา</p>
<p>รวมถึงได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดง รายการทรัพย์สินของตนแล้วก็คู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง ๆ ละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่</p>
การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการ อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน
<p>&nbsp;</p>
เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกร ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รวมไปถึงมีรายได้ประจำจากเงินเดือน และค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว บวกกับยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าว คืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครอง เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
<p>&nbsp;</p>
<p>จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองประกอบไปด้วยเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรง ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ</p>
<p>รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและก็องค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 รวมไปถึงข้อ 17 ประกอบข้อ 3 หมายรวมไปถึงข้อ 27 วรรคหนึ่งแล้วก็วรรคสอง จึงให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน ร่วมด้วยปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป</p>
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/169</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จะแก้น้ำมันขาด แต่จ่อขึ้นค่าไฟอีก 7 สตางค์</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/168</link>
                        <pubDate>Tue, 24 Mar 2026 03:51:59 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[“พิพัฒน์”ลั่นแก้ปมน้ำมัน สัปดาห์นี้ทุกปั๊มมีให้เติมไม่ขาด พิษสงครามจ่อขึ้นค่าไฟ 7 สต.
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี บวกกับรัฐมนตรีว่ากา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พิพัฒน์”ลั่นแก้ปมน้ำมัน สัปดาห์นี้ทุกปั๊มมีให้เติมไม่ขาด พิษสงครามจ่อขึ้นค่าไฟ 7 สต.</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี บวกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารรวมไปถึงติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารร่วมด้วยตัวแทนจากบริษัทน้ำมัน อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บริษัท ปตท.น้ำมันรวมไปถึงการค้าปลีกจำกัด (มหาชน)บริษัทพีทีจี เอ็นเนอร์ยีจำกัด(มหาชน) บริษัท ซัสโก้ จำกัด(มหาชน) บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) บวกกับหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องเข้าร่วมประชุม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646878" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit2.jpg" alt="" width="900" height="488" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>จากนั้น นายพิพัฒน์ แถลงผลประชุม ศบก.ว่า ที่ประชุมได้หารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 หรือผู้ค้ารายใหญ่ ทุกบริษัท ถึงกรณีที่มีภาพข่าวที่เห็นกันในแต่ละวันที่อาจมีความโกลาหลบวกกับความตื่นตระหนก จากการที่สถานีบริการไม่มีน้ำมันจ่ายให้เมื่อเข้าไปเติม ขอแจ้งให้คนไทย ทราบว่าแต่ละวันโรงกลั่นประกอบกับผู้ค้าตามมาตรา 7 นำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่สถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานี จากอดีตวันละประมาณ 67 ล้านลิตร ขณะที่ช่วงระยะนี้ค่าเฉลี่ยความต้องการใช้น้ำมันประมาณ 82- 84 ล้านลิตรต่อวัน ยังไม่เพียงพอกับผู้ใช้ในประเทศ</p>
<p>นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ นายกฯได้ลงนามคำสั่งนายกฯที่4/2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ให้งดเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 ร่วมด้วยโรงกลั่น ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น .5% และวันที่ 30 เมษายน 2569 เพิ่มขึ้นอีก 1.5% รวมจะมีน้ำมันสำรองประมาณ 3% รวมถึงให้คงมีน้ำมันสำรองไว้ที่ 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646879" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit4.jpg" alt="" width="1477" height="1108" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นอกจากนั้นที่ประชุมได้หารือว่าจะทำยังไงที่จะให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ประกอบไปด้วยโรงกลั่นปล่อยน้ำมัน โดยเอาน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาดให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด ตามที่นายกฯสั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทรับทราบพร้อมให้ความร่วมมือบวกกับพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯมีข้อสั่งการ ขณะที่โรงกลั่น จะจัดการการกลั่นให้ได้ 100 % เพื่อบรรเทาร่วมกับผ่อนคลายให้ผู้ใช้มีน้ำมันเพียงพอ</p>
<p>ด้าน นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ว่า ความเห็นส่วนตัวคาดว่าค่าไฟงวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน 69) อยู่ที่หน่วยละ 3.88บาท หรือเพิ่มขึ้นอยู่ 7สตางค์ เพราะได้รับผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ผันผวนโดยราคาแอลเอ็นจี ตลาดจร (สปอต) อยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646881" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit3.jpg" alt="" width="900" height="507" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นายวรวิทย์ กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่หากภาคนโยบายจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางร่วมด้วยได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ เพราะสิ่งที่กังวลต่อไปหมายความว่า ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคาแอลเอ็นจีปรับขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า รวมทั้งกฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้างประกอบไปด้วยดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าหากอัตราค่าไฟฟ้าปรับขึ้นทะลุ 4บาทต่อหน่วยแต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราต่ำจะได้รับผลกระทบ</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/168</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>DGA เดินหน้า ดันโครงการ รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</link>
                        <pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:07:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว</h2>
<p>สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับการบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเป้าหมายชัดเจนคือ “อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ง่าย รวดเร็ว ร่วมกับโปร่งใส”</p>
<p>ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 บวกกับการออกเสียงประชามติ ปี 2569 DGA ได้พัฒนาช่องทางบริการเชิงรุกผ่าน แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา ลดภาระ ลดขั้นตอน ร่วมกับเพิ่มความมั่นใจในการใช้สิทธิ</p>
<p>บริการสำคัญที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอป “ทางรัฐ”</p>
<p>ประชาชนสามารถใช้บริการได้ดังนี้</p>
<p>1. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง<br />• ตรวจสอบสถานที่ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง</p>
<p>2. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>3. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อ<br />• ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งรวมถึงสถานที่ใช้สิทธิ</p>
<p>4. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />เพิ่มความสะดวก ลดการเดินทาง ร่วมด้วยลดภาระด้านเอกสาร</p>
<p>DGA กับภารกิจ “รัฐต้องเข้าหาประชาชน” ไม่ใช่รอให้ประชาชนเข้าหา</p>
<p>DGA ย้ำบทบาทสำคัญของการเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้บริการภาครัฐ “พร้อมใช้จริง” ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการมากที่สุด</p>
<p>การพัฒนาบริการผ่านแอป “ทางรัฐ” ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการทำงานเชิงรุกของ DGA ที่ต้องการให้ประชาชน<br />• เข้าถึงสิทธิของตนเองได้ทันที<br />• ลดความสับสน ลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูล<br />• เพิ่มความโปร่งใสรวมทั้งความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย</p>
<p>ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” วันนี้ เพื่อใช้สิทธิอย่างมั่นใจ</p>
<p>DGA ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนตรวจสอบข้อมูลสิทธิเลือกตั้งร่วมกับประชามติล่วงหน้า ผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้สิทธิอย่างถูกต้องและเต็มที่</p>
<p>เพราะ สิทธิของประชาชน หมายความหัวใจของประชาธิปไตย ประกอบกับรัฐดิจิทัลที่ดี เช่นนั้นแล้วคือรัฐที่ทำให้สิทธินั้น “เข้าถึงได้จริง”</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>คนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิ์ได้ถึงสิ้นปีเท่านั้น</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/166</link>
                        <pubDate>Wed, 17 Dec 2025 01:49:41 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาลย้ำเตือน ผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รีบดำเนินการพัฒนาทักษะส...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลย้ำเตือน ผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รีบดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ ภายใน 19 ธ.ค.นี้</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 1 ว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชนหมายรวมไปถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี โดยรัฐบาลขอแจ้งเตือนผู้ที่ยังใช้สิทธิไม่ครบกว่า 14 ล้านคน ให้เร่งใช้จ่ายช่วงโค้งสุดท้ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดประกอบไปด้วยร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี เพราะเมื่อโครงการสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.68 นี้ ระบบจะดำเนินการตัดวงเงินสิทธิที่คงเหลือทั้งหมดคืนโดยอัตโนมัติ</p>
<p>นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการพัฒนาผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านการอัพสกิล แอนด์รีสกิล แล้วถึง 93,881 ราย โดยคลังจะเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส พัฒนาทักษะได้จนถึงวันที่ 19 ธ.ค. นี้เท่านั้น</p>
<p>รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มศักยภาพการประกอบกิจการ สำหรับร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์รวมไปถึงเงื่อนไขการพัฒนาทักษะจำนวนไม่เกิน 400,000 รายแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึง 19 ธ.ค.68 เป็นเงินสูงสุด ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อราย</p>
<p>นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ยังสามารถเลือกเข้าร่วมการพัฒนาทักษะด้านการเงินบวกกับด้านดิจิทัลผ่าน 3 ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้</p>
<p>1. เข้าร่วมเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ร้านค้าประเภทร้านอาหารร่วมกับเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง พลัส เริ่มสมัครเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง (Grab Lineman Robinhood ShopeeFood) ในระหว่างวันที่ 19 พ.ย.19 ธ.ค. 2568 (ต้องไม่เคยสมัครเป็นร้านค้ากับแพลตฟอร์มรายดังกล่าวมาก่อนหน้า)</p>
<p>เมื่อสมัครเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้วให้เลือกเชื่อมต่อร้านค้าของตนกับแพลตฟอร์มนั้นผ่านแอพพลิเคชัน<strong> “ถุงเงิน”</strong> โดยจะต้องมีธุรกรรมซื้อขายอาหารหรือเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแพลตฟอร์มอย่างน้อย 5 รายการ โดยไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ</p>
<p>2.เข้าร่วมแล้วก็ผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของธนาคารออมสิน ผู้ประกอบการร้านค้าสมัครแล้วก็เรียนหลักสูตรพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่าน www.gsb.or.th โดยต้องมีผลคะแนนก่อนเรียนบวกกับผลคะแนนหลังเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>3.เข้าร่วมร่วมกับผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการร้านค้าสมัครรวมไปถึงเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งจากจำนวน 5 หลักสูตรของ DBD Academy ผ่าน https://dbdacademy.dbd.go.th/ โดยต้องมีผลคะแนนก่อนเรียนรวมถึงผลคะแนนหลังเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>โดยกระทรวงการคลังจะมีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 23 ธ.ค. 2568 โดยร้านค้าที่ร่วมพัฒนาทักษะจะทราบผลผ่านข้อความบนแอพพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมถึงข้อความสั้น (SMS) ประกอบไปด้วยกระทรวงการคลังจะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 25 ธ.ค. 2568</p>
<p>ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ: ติดตามรายละเอียดโครงการฯ ร่วมด้วยข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com,</p>
<p>สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102-7109 ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ,</p>
<p>ธนาคารออมสิน สอบถามข้อมูลหลักสูตรของธนาคารออมสิน โทร. 1115 กด 7 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการรวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง ,</p>
<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สอบถามข้อมูลหลักสูตรของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงการพาณิชย์ โทร. 1570 ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการร่วมกับวันหยุดนักขัตฤกษ์</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/166</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>TDRI ชี้ เศรษฐกิจไทยปี 69 ยังร่วงไม่หยุด คาดถดถอยไปอีก 10 ปี</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</link>
                        <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 02:05:37 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี
เศรษฐกิจไทยปี 2569 – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี</strong></h4>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569</strong> – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ <strong>นณริฏ พิศลยบุตร</strong> นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะดีหรือไม่ ดูที่การเติบโตของจีดีพี โดยพื้นฐานตามศักยภาพแล้วเศรษฐกิจไทยควรโต 2.7% ต่อปี แต่ช่วงหลังโตไม่ถึง ซึ่งปี 2568 อาจโตเต็มที่ 2-2.2% ถือว่ายังต่ำ ปีหน้าอาจจะอันตรายกว่าเดิม เพราะอาจเหลือแค่ 1.7%</p>
<p>จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโต แต่เป็นการโตแบบต่ำกว่าศักยภาพ ต้องยอมรับว่าปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลปัจจุบันอาจจะอยู่ไม่ครบทั้งปี เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงมองได้เป็นสองส่วนหมายความว่า ช่วงที่รัฐบาลนี้ยังทำได้กับสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา</p>
<p>“รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน สิ่งที่ทำได้จะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร่งด่วน แต่ไม่กระทบการทำงานรัฐบาลหน้าที่ต้องบริหารประเทศ 4 ปี จึงไม่ควรทำอะไรที่เป็นผลผูกพัน ทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาทำงานต้องสะดุด เช่น แผนการพัฒนาประเทศแบบใหญ่ๆ หรือมีอะไรที่ต้องอาศัยงบผูกพัน ซึ่งไม่ควรเร่ง ควรให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้คัดเลือกว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร รวมถึงการใช้งบประมาณปี 2569 ที่คาบเกี่ยวเดือนตุลาคม-กันยายน 2569 ถ้าเกิดรัฐบาลปัจจุบันใช้เงินไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำนโยบายควิก<br />บิ๊กวิน ต้องระวังไม่ใช้เงินมากจนรัฐบาลหน้าไม่มีเงินใช้ ไม่ว่างบกลางที่ต้องใช้กรณีฉุกเฉิน เพราะไม่อย่างนั้นในช่วงไตรมาส2ประกอบไปด้วยไตรมาส 3 จะแห้งมาก เพราะจะไม่มีเงิน รัฐบาลขาดสภาพคล่องประกอบกับจะกระทบเศรษฐกิจ”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่รัฐบาลมีจำกัด คิดว่าหลายๆมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส รวมถึงความพยายามช่วยแก้หนี้ต่างๆ การแก้หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือต้องพยายามเข้าสู่โหมดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แล้วก็พยายามเคลียร์ปัญหาการเมืองให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะให้รัฐบาลหน้าเข้ามาบวกกับอยู่ได้อย่างยาวๆ ไม่เจออุบัติเหตุทางด้านการเมืองจนทำให้มีการออกนโยบายทางเศรษฐกิจไม่ได้</p>
<p>เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หรือไม่“นณริฏ”มองว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นไอเดียที่ไปได้ แม้กระนั้นโครงการมีการประเมินที่ดี มีผลตอบแทนร่วมกับสร้างรายได้สูง แต่ก็เป็นดาบสองคบ ถ้าลงทุนพลาดไม่เกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นความสูญเปล่า เหมือนกับ”โฮปเวลล์” ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีโครงการใหญ่หลายโครงการ ฟังดูดีแต่ท้ายสุดมันไม่เกิดผล สิ่งสำคัญต้องพิจารณาให้ชัด ต้องเกิดจริง เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นอย่าทำดีกว่า นอกจากนี้มองว่าไทยอาจจะพ้นยุคที่ต้องหาโครการใหญ่ๆแล้ว ต้องมองโครงการเล็กๆ ร่วมด้วยจัดการกับปัญหาได้ตรงจุด เกิดประโยชน์ เช่น ทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ช่วยได้ทั้งเกษตรประกอบกับผันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว</p>
<p>ส่วน โครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูง ถ้ามองทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่าสร้างรายได้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ถ้าแม้นพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพในปัจจุบันสร้างเต็มไปหมด ความเชื่อมโยงถ้าเทียบกับสมัยก่อน เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้อสังหาฯบูมตามรถไฟฟ้าด้วย แต่ปัจจุบันมันเริ่มไม่ค่อยเกิดแล้ว แสดงว่าในแง่ประโยชน์การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมันจำกัดแล้ว แต่อาจจะมีคุณประโยชน์ทางอื่น เช่น มุมทางสังคม ช่วยลดต้นทุน ให้คนยากจนเข้าถึงโครงสร้างเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย ถ้ารัฐบาลจะลงทุนก็ต้องเน้นไปในมุมนี้ แต่ถ้าแม้นวิเคราะห์ในมุมเศรษฐกิจคิดว่ารถไฟฟ้าประโยชน์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอนนี้มีแค่โครงการเดียวสร้างจากกรุงเทพ-นครราชสีมา แต่โครงการสร้างไปถึงหนองคายยังไม่มีงบ บวกกับจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น</p>
<p>“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ ถ้าแม้นรัฐจะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ น่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยการทำให้ประชาชนเข้ามาในโลกธุรกิจที่สามารถขายของทางออนไลน์ได้มากขึ้น ไม่ต้องสร้างถนน รถไฟฟ้าแล้ว เพราะดิจิทัลไปถึงทุกคนแล้ว ด้วยการอัพสกิลประกอบไปด้วยรีสกิลผู้ประกอบการให้เก่งจนมาขายบนแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วได้”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ประเมินจีดีพีของไทย โอกาสจะกลับไปโตถึง 5% มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแต่แย่ลง เต็มที่จะเป็นดังเช่นโต 2.7% จากนั้นอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 2.7% รวมทั้งจะต่ำไปเรื่อยๆหรือถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะกลับมาสูงได้ แค่รักษา 2.7% ให้ได้ถือว่าเก่งแล้ว เรามีการศึกษาโดยมีข้อสรุปว่ามีโอกาสที่จะโตเกิน 5% แต่ต้องทำนโยบายอุตสาหกรรมทั้งสองขา เช่นนั้นแล้วคือ อุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคต้องให้การสนับสนุน มีซัพพลายเชนให้เกิดประโยชน์ อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้มีประโยชน์มากที่สุด แม้นว่าทำนโยบายดีๆ รวมทั้งมีประโยชน์มากๆ จะทำให้เศรษฐกิจไทยโต กับอีกขาที่ต้องทำเช่นนั้นแล้วคือภาคบริการ ต้องทำให้มีโอกาสและก็การแข่งขัน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		