<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่ - Recent Topics				            </title>
            <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board</link>
            <description>ข่าวสารสำหรับคนคลองม่วง จังหวัดกระบี่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกาศ ข่าวสารทั่วไป</description>
            <language>en-US</language>
            <lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 08:55:59 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>เตรียมรับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง น้ำมันแพง ของแพง</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</link>
                        <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 04:05:02 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง
วันที่ 3 เมษายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์กา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt"><strong>ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวบวก “เทคโนโลยีสมัยใหม-การผลิต”ตัวเร่ง สนค.รับมือ 5 สาเหตุเฝ้าระวัง</strong></span></p>
<p>วันที่ 3 เมษายน <strong>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</strong> แจ้งข้อมูลว่า ดัชนีราคาส่งออก ประกอบไปด้วยดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับความต้องการนำเข้าสินค้าสำหรับผลิตรวมถึงส่งออกยังขยายตัว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจร่วมด้วยการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ร่วมด้วยความผันผวนของค่าเงินบาทรวมไปถึงต้นทุนโลจิสติกส์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662527 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_722794939_0.jpg" alt="" width="1000" height="601" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 2.2 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.8 ได้แก่ ทองคำ จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจโลก ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและก็การลงทุนด้าน AI ประกอบกับ Data Center เพิ่มขึ้นทั่วโลก แล้วก็เครื่องปรับอากาศหมายรวมไปถึงส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศแล้วก็ระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น</p>
<p>หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร บวกกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ร่วมด้วยไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและก็แปรรูป จากความต้องการเนื้อไก่ร่วมด้วยสินค้าไก่แปรรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ประกอบไปด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่<strong>หมวดสินค้าแร่ประกอบไปด้วยเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6</strong> โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากอุปทานน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662528 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2541816961_0.jpg" alt="" width="1000" height="561" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 120.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YoY) สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตประกอบกับการลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน แล้วก็วัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลกรวมไปถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย<strong> หมวดสินค้าวัตถุดิบและก็กึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9</strong> ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบ<br />เพื่อใช้ผลิตแล้วก็ส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ประกอบไปด้วยสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้แร่โลหะเพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม</p>
<p><strong>หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.4</strong> ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตามความต้องการบริโภคในประเทศ และก็การนำเข้าสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมรวมทั้งเภสัชกรรม ตามความต้องการใช้ยารวมทั้งเวชภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเครื่องประดับอัญมณี จากการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย ประกอบกับโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตหมายรวมไปถึงส่งออก</p>
<p><strong>หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2</strong> ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและก็ส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประกอบกับส่วนประกอบ รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนเพิ่มขึ้น หมายรวมไปถึงหมวดยานพาหนะประกอบไปด้วยอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบร่วมด้วยอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า</p>
<p><img class="aligncenter wp-image-5662530 size-full" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/04/shutterstock_2547469757_0.jpg" alt="" width="1000" height="666" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก บวกกับดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีเหตุสนับสนุนจาก<br />1) สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน<br />2) ความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรประกอบไปด้วยอาหารแปรรูปขยายตัวต่อเนื่อง<br />3) สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หมายรวมไปถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก<br />4) ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง แล้วก็วัตถุดิบนำเข้า ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่</p>
<p>ขณะที่ต้นเหตุเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่<br />1) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ประกอบกับอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง<br />2) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค<br />3) ต้นทุนโลจิสติกส์ร่วมกับค่าระวางเรือสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น<br />4) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าร่วมด้วยมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ<br />5) ความผันผวนของค่าเงินบาท</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/170</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ป.ป.ช.ชี้มูล สฤษฏ์พงษ์ อดีต สส.กระบี่ ภูมิใจไทย ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ที่ดิน ภ.บ.ท.5</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/169</link>
                        <pubDate>Wed, 25 Mar 2026 06:19:30 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายสุรพงษ์ อินทรถาวร</strong> เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด <strong>นายสฤษฎ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span></strong> เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง</p>
<p>กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครอง ได้ตามกฎหมาย</p>
<p>ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span> ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อ.เหนือคลอง จว.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) ประกอบกับเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้</p>
<p>โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และก็สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ. กระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน</p>
<p>โดยไม่ปรากฏว่า นายสฤษฎ์พงษ์ <span>เกี่ยวข้อง</span> ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฎ์พงษ์ ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จว.กระบี่</p>
<p>รวมทั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นายสฤษฎ์พงษ์ ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยปลูกปาล์มน้ำมันรวมไปถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน เรื่อยมา</p>
<p>รวมถึงได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดง รายการทรัพย์สินของตนแล้วก็คู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง ๆ ละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่</p>
การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการ อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน
<p>&nbsp;</p>
เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกร ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รวมไปถึงมีรายได้ประจำจากเงินเดือน และค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว บวกกับยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าว คืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครอง เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
<p>&nbsp;</p>
<p>จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองประกอบไปด้วยเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรง ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ</p>
<p>รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและก็องค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 รวมไปถึงข้อ 17 ประกอบข้อ 3 หมายรวมไปถึงข้อ 27 วรรคหนึ่งแล้วก็วรรคสอง จึงให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน ร่วมด้วยปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป</p>
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ ของที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/169</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จะแก้น้ำมันขาด แต่จ่อขึ้นค่าไฟอีก 7 สตางค์</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/168</link>
                        <pubDate>Tue, 24 Mar 2026 03:51:59 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[“พิพัฒน์”ลั่นแก้ปมน้ำมัน สัปดาห์นี้ทุกปั๊มมีให้เติมไม่ขาด พิษสงครามจ่อขึ้นค่าไฟ 7 สต.
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี บวกกับรัฐมนตรีว่ากา...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พิพัฒน์”ลั่นแก้ปมน้ำมัน สัปดาห์นี้ทุกปั๊มมีให้เติมไม่ขาด พิษสงครามจ่อขึ้นค่าไฟ 7 สต.</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี บวกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารรวมไปถึงติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารร่วมด้วยตัวแทนจากบริษัทน้ำมัน อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บริษัท ปตท.น้ำมันรวมไปถึงการค้าปลีกจำกัด (มหาชน)บริษัทพีทีจี เอ็นเนอร์ยีจำกัด(มหาชน) บริษัท ซัสโก้ จำกัด(มหาชน) บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) บวกกับหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องเข้าร่วมประชุม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646878" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit2.jpg" alt="" width="900" height="488" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>จากนั้น นายพิพัฒน์ แถลงผลประชุม ศบก.ว่า ที่ประชุมได้หารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 หรือผู้ค้ารายใหญ่ ทุกบริษัท ถึงกรณีที่มีภาพข่าวที่เห็นกันในแต่ละวันที่อาจมีความโกลาหลบวกกับความตื่นตระหนก จากการที่สถานีบริการไม่มีน้ำมันจ่ายให้เมื่อเข้าไปเติม ขอแจ้งให้คนไทย ทราบว่าแต่ละวันโรงกลั่นประกอบกับผู้ค้าตามมาตรา 7 นำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่สถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานี จากอดีตวันละประมาณ 67 ล้านลิตร ขณะที่ช่วงระยะนี้ค่าเฉลี่ยความต้องการใช้น้ำมันประมาณ 82- 84 ล้านลิตรต่อวัน ยังไม่เพียงพอกับผู้ใช้ในประเทศ</p>
<p>นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ นายกฯได้ลงนามคำสั่งนายกฯที่4/2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ให้งดเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 ร่วมด้วยโรงกลั่น ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น .5% และวันที่ 30 เมษายน 2569 เพิ่มขึ้นอีก 1.5% รวมจะมีน้ำมันสำรองประมาณ 3% รวมถึงให้คงมีน้ำมันสำรองไว้ที่ 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646879" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit4.jpg" alt="" width="1477" height="1108" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นอกจากนั้นที่ประชุมได้หารือว่าจะทำยังไงที่จะให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ประกอบไปด้วยโรงกลั่นปล่อยน้ำมัน โดยเอาน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาดให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด ตามที่นายกฯสั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทรับทราบพร้อมให้ความร่วมมือบวกกับพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯมีข้อสั่งการ ขณะที่โรงกลั่น จะจัดการการกลั่นให้ได้ 100 % เพื่อบรรเทาร่วมกับผ่อนคลายให้ผู้ใช้มีน้ำมันเพียงพอ</p>
<p>ด้าน นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ว่า ความเห็นส่วนตัวคาดว่าค่าไฟงวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน 69) อยู่ที่หน่วยละ 3.88บาท หรือเพิ่มขึ้นอยู่ 7สตางค์ เพราะได้รับผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ผันผวนโดยราคาแอลเอ็นจี ตลาดจร (สปอต) อยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-5646881" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/03/pit3.jpg" alt="" width="900" height="507" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<p>นายวรวิทย์ กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่หากภาคนโยบายจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางร่วมด้วยได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ เพราะสิ่งที่กังวลต่อไปหมายความว่า ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคาแอลเอ็นจีปรับขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า รวมทั้งกฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้างประกอบไปด้วยดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าหากอัตราค่าไฟฟ้าปรับขึ้นทะลุ 4บาทต่อหน่วยแต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราต่ำจะได้รับผลกระทบ</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากที่นี่ ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/168</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>DGA เดินหน้า ดันโครงการ รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</link>
                        <pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:07:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>DGA เดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” อำนวยความสะดวกตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง–ประชามติ ผ่านแอพพ์ “ทางรัฐ” ครบจบในมือเดียว</h2>
<p>สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับการบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเป้าหมายชัดเจนคือ “อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ง่าย รวดเร็ว ร่วมกับโปร่งใส”</p>
<p>ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 บวกกับการออกเสียงประชามติ ปี 2569 DGA ได้พัฒนาช่องทางบริการเชิงรุกผ่าน แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา ลดภาระ ลดขั้นตอน ร่วมกับเพิ่มความมั่นใจในการใช้สิทธิ</p>
<p>บริการสำคัญที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอป “ทางรัฐ”</p>
<p>ประชาชนสามารถใช้บริการได้ดังนี้</p>
<p>1. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง<br />• ตรวจสอบสถานที่ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง</p>
<p>2. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569<br />เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>3. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />• ตรวจสอบรายชื่อ<br />• ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งรวมถึงสถานที่ใช้สิทธิ</p>
<p>4. แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ปี 2569<br />เพิ่มความสะดวก ลดการเดินทาง ร่วมด้วยลดภาระด้านเอกสาร</p>
<p>DGA กับภารกิจ “รัฐต้องเข้าหาประชาชน” ไม่ใช่รอให้ประชาชนเข้าหา</p>
<p>DGA ย้ำบทบาทสำคัญของการเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้บริการภาครัฐ “พร้อมใช้จริง” ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการมากที่สุด</p>
<p>การพัฒนาบริการผ่านแอป “ทางรัฐ” ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการทำงานเชิงรุกของ DGA ที่ต้องการให้ประชาชน<br />• เข้าถึงสิทธิของตนเองได้ทันที<br />• ลดความสับสน ลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูล<br />• เพิ่มความโปร่งใสรวมทั้งความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย</p>
<p>ดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” วันนี้ เพื่อใช้สิทธิอย่างมั่นใจ</p>
<p>DGA ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนตรวจสอบข้อมูลสิทธิเลือกตั้งร่วมกับประชามติล่วงหน้า ผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้สิทธิอย่างถูกต้องและเต็มที่</p>
<p>เพราะ สิทธิของประชาชน หมายความหัวใจของประชาธิปไตย ประกอบกับรัฐดิจิทัลที่ดี เช่นนั้นแล้วคือรัฐที่ทำให้สิทธินั้น “เข้าถึงได้จริง”</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/167</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>คนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิ์ได้ถึงสิ้นปีเท่านั้น</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/166</link>
                        <pubDate>Wed, 17 Dec 2025 01:49:41 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รัฐบาลย้ำเตือน ผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รีบดำเนินการพัฒนาทักษะส...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลย้ำเตือน ผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รีบดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ ภายใน 19 ธ.ค.นี้</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 1 ว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชนหมายรวมไปถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี โดยรัฐบาลขอแจ้งเตือนผู้ที่ยังใช้สิทธิไม่ครบกว่า 14 ล้านคน ให้เร่งใช้จ่ายช่วงโค้งสุดท้ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดประกอบไปด้วยร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี เพราะเมื่อโครงการสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.68 นี้ ระบบจะดำเนินการตัดวงเงินสิทธิที่คงเหลือทั้งหมดคืนโดยอัตโนมัติ</p>
<p>นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการพัฒนาผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านการอัพสกิล แอนด์รีสกิล แล้วถึง 93,881 ราย โดยคลังจะเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส พัฒนาทักษะได้จนถึงวันที่ 19 ธ.ค. นี้เท่านั้น</p>
<p>รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มศักยภาพการประกอบกิจการ สำหรับร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์รวมไปถึงเงื่อนไขการพัฒนาทักษะจำนวนไม่เกิน 400,000 รายแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึง 19 ธ.ค.68 เป็นเงินสูงสุด ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อราย</p>
<p>นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ยังสามารถเลือกเข้าร่วมการพัฒนาทักษะด้านการเงินบวกกับด้านดิจิทัลผ่าน 3 ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้</p>
<p>1. เข้าร่วมเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ร้านค้าประเภทร้านอาหารร่วมกับเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง พลัส เริ่มสมัครเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง (Grab Lineman Robinhood ShopeeFood) ในระหว่างวันที่ 19 พ.ย.19 ธ.ค. 2568 (ต้องไม่เคยสมัครเป็นร้านค้ากับแพลตฟอร์มรายดังกล่าวมาก่อนหน้า)</p>
<p>เมื่อสมัครเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้วให้เลือกเชื่อมต่อร้านค้าของตนกับแพลตฟอร์มนั้นผ่านแอพพลิเคชัน<strong> “ถุงเงิน”</strong> โดยจะต้องมีธุรกรรมซื้อขายอาหารหรือเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแพลตฟอร์มอย่างน้อย 5 รายการ โดยไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ</p>
<p>2.เข้าร่วมแล้วก็ผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของธนาคารออมสิน ผู้ประกอบการร้านค้าสมัครแล้วก็เรียนหลักสูตรพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่าน www.gsb.or.th โดยต้องมีผลคะแนนก่อนเรียนบวกกับผลคะแนนหลังเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>3.เข้าร่วมร่วมกับผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการร้านค้าสมัครรวมไปถึงเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งจากจำนวน 5 หลักสูตรของ DBD Academy ผ่าน https://dbdacademy.dbd.go.th/ โดยต้องมีผลคะแนนก่อนเรียนรวมถึงผลคะแนนหลังเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>โดยกระทรวงการคลังจะมีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 23 ธ.ค. 2568 โดยร้านค้าที่ร่วมพัฒนาทักษะจะทราบผลผ่านข้อความบนแอพพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมถึงข้อความสั้น (SMS) ประกอบไปด้วยกระทรวงการคลังจะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 25 ธ.ค. 2568</p>
<p>ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ: ติดตามรายละเอียดโครงการฯ ร่วมด้วยข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com,</p>
<p>สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08-5842-7102-7109 ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ,</p>
<p>ธนาคารออมสิน สอบถามข้อมูลหลักสูตรของธนาคารออมสิน โทร. 1115 กด 7 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการรวมทั้งวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง ,</p>
<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สอบถามข้อมูลหลักสูตรของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงการพาณิชย์ โทร. 1570 ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการร่วมกับวันหยุดนักขัตฤกษ์</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/166</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>TDRI ชี้ เศรษฐกิจไทยปี 69 ยังร่วงไม่หยุด คาดถดถอยไปอีก 10 ปี</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</link>
                        <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 02:05:37 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี
เศรษฐกิจไทยปี 2569 – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h4><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังไม่พ้นขีดอันตราย ทีดีอาร์ไอชี้จีดีพีโตถดถอยอีก 10 ปี</strong></h4>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569</strong> – จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ในมุมมองของ <strong>นณริฏ พิศลยบุตร</strong> นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะดีหรือไม่ ดูที่การเติบโตของจีดีพี โดยพื้นฐานตามศักยภาพแล้วเศรษฐกิจไทยควรโต 2.7% ต่อปี แต่ช่วงหลังโตไม่ถึง ซึ่งปี 2568 อาจโตเต็มที่ 2-2.2% ถือว่ายังต่ำ ปีหน้าอาจจะอันตรายกว่าเดิม เพราะอาจเหลือแค่ 1.7%</p>
<p>จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโต แต่เป็นการโตแบบต่ำกว่าศักยภาพ ต้องยอมรับว่าปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลปัจจุบันอาจจะอยู่ไม่ครบทั้งปี เพราะมีการเลือกตั้งใหม่ การเดินหน้าเศรษฐกิจจึงมองได้เป็นสองส่วนหมายความว่า ช่วงที่รัฐบาลนี้ยังทำได้กับสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา</p>
<p>“รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน สิ่งที่ทำได้จะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร่งด่วน แต่ไม่กระทบการทำงานรัฐบาลหน้าที่ต้องบริหารประเทศ 4 ปี จึงไม่ควรทำอะไรที่เป็นผลผูกพัน ทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาทำงานต้องสะดุด เช่น แผนการพัฒนาประเทศแบบใหญ่ๆ หรือมีอะไรที่ต้องอาศัยงบผูกพัน ซึ่งไม่ควรเร่ง ควรให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้คัดเลือกว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร รวมถึงการใช้งบประมาณปี 2569 ที่คาบเกี่ยวเดือนตุลาคม-กันยายน 2569 ถ้าเกิดรัฐบาลปัจจุบันใช้เงินไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำนโยบายควิก<br />บิ๊กวิน ต้องระวังไม่ใช้เงินมากจนรัฐบาลหน้าไม่มีเงินใช้ ไม่ว่างบกลางที่ต้องใช้กรณีฉุกเฉิน เพราะไม่อย่างนั้นในช่วงไตรมาส2ประกอบไปด้วยไตรมาส 3 จะแห้งมาก เพราะจะไม่มีเงิน รัฐบาลขาดสภาพคล่องประกอบกับจะกระทบเศรษฐกิจ”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ด้วยเวลาที่รัฐบาลมีจำกัด คิดว่าหลายๆมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส รวมถึงความพยายามช่วยแก้หนี้ต่างๆ การแก้หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่รัฐบาลได้ทำไปแล้ว ส่วนที่เหลือต้องพยายามเข้าสู่โหมดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แล้วก็พยายามเคลียร์ปัญหาการเมืองให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะให้รัฐบาลหน้าเข้ามาบวกกับอยู่ได้อย่างยาวๆ ไม่เจออุบัติเหตุทางด้านการเมืองจนทำให้มีการออกนโยบายทางเศรษฐกิจไม่ได้</p>
<p>เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์หรือไม่“นณริฏ”มองว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นไอเดียที่ไปได้ แม้กระนั้นโครงการมีการประเมินที่ดี มีผลตอบแทนร่วมกับสร้างรายได้สูง แต่ก็เป็นดาบสองคบ ถ้าลงทุนพลาดไม่เกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นความสูญเปล่า เหมือนกับ”โฮปเวลล์” ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีโครงการใหญ่หลายโครงการ ฟังดูดีแต่ท้ายสุดมันไม่เกิดผล สิ่งสำคัญต้องพิจารณาให้ชัด ต้องเกิดจริง เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นอย่าทำดีกว่า นอกจากนี้มองว่าไทยอาจจะพ้นยุคที่ต้องหาโครการใหญ่ๆแล้ว ต้องมองโครงการเล็กๆ ร่วมด้วยจัดการกับปัญหาได้ตรงจุด เกิดประโยชน์ เช่น ทำแหล่งน้ำขนาดเล็ก ช่วยได้ทั้งเกษตรประกอบกับผันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว</p>
<p>ส่วน โครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูง ถ้ามองทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่าสร้างรายได้ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ถ้าแม้นพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพในปัจจุบันสร้างเต็มไปหมด ความเชื่อมโยงถ้าเทียบกับสมัยก่อน เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้อสังหาฯบูมตามรถไฟฟ้าด้วย แต่ปัจจุบันมันเริ่มไม่ค่อยเกิดแล้ว แสดงว่าในแง่ประโยชน์การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมันจำกัดแล้ว แต่อาจจะมีคุณประโยชน์ทางอื่น เช่น มุมทางสังคม ช่วยลดต้นทุน ให้คนยากจนเข้าถึงโครงสร้างเข้ามาทำงานในเมืองได้ง่าย ถ้ารัฐบาลจะลงทุนก็ต้องเน้นไปในมุมนี้ แต่ถ้าแม้นวิเคราะห์ในมุมเศรษฐกิจคิดว่ารถไฟฟ้าประโยชน์เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอนนี้มีแค่โครงการเดียวสร้างจากกรุงเทพ-นครราชสีมา แต่โครงการสร้างไปถึงหนองคายยังไม่มีงบ บวกกับจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น</p>
<p>“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ ถ้าแม้นรัฐจะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลได้ น่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยการทำให้ประชาชนเข้ามาในโลกธุรกิจที่สามารถขายของทางออนไลน์ได้มากขึ้น ไม่ต้องสร้างถนน รถไฟฟ้าแล้ว เพราะดิจิทัลไปถึงทุกคนแล้ว ด้วยการอัพสกิลประกอบไปด้วยรีสกิลผู้ประกอบการให้เก่งจนมาขายบนแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วได้”</p>
<p>นณริฏ กล่าวว่า ประเมินจีดีพีของไทย โอกาสจะกลับไปโตถึง 5% มีน้อยมากเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแต่แย่ลง เต็มที่จะเป็นดังเช่นโต 2.7% จากนั้นอีก 10 ปีข้างหน้ามีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 2.7% รวมทั้งจะต่ำไปเรื่อยๆหรือถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะกลับมาสูงได้ แค่รักษา 2.7% ให้ได้ถือว่าเก่งแล้ว เรามีการศึกษาโดยมีข้อสรุปว่ามีโอกาสที่จะโตเกิน 5% แต่ต้องทำนโยบายอุตสาหกรรมทั้งสองขา เช่นนั้นแล้วคือ อุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคต้องให้การสนับสนุน มีซัพพลายเชนให้เกิดประโยชน์ อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้มีประโยชน์มากที่สุด แม้นว่าทำนโยบายดีๆ รวมทั้งมีประโยชน์มากๆ จะทำให้เศรษฐกิจไทยโต กับอีกขาที่ต้องทำเช่นนั้นแล้วคือภาคบริการ ต้องทำให้มีโอกาสและก็การแข่งขัน</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากทางเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/165</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส แจ้งเตือนนอกเขตการใช้บริการ วิธีแก้ไข</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/164</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 04:08:50 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ 200 เงินจะทบมั๊ย 29 ตค.68 เป็นวันแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.
ใครขึ้นแจ้งเตือนว่า อยู่นอกเขตการใช้บริการ หรื...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ครั้งแรกห้ามเกินวันไหน ไม่งั้นถูกริบ ใช้ไม่ครบ 200 เงินจะทบมั๊ย 29 ตค.68 เป็นวันแรก เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.</strong></p>
<p>ใครขึ้นแจ้งเตือนว่า <strong>อยู่นอกเขตการใช้บริการ</strong> หรือใช้งานไม่ได้เพราะ <strong>อยู่นอกพื้นที่</strong> แนะนำให้เปิดการปักหมุด เปิดแผนที่ให้พร้อม แล้วเปิดแอปเป๋าตังใหม่อีกครั้ง สแกนอีกรอบ ใช้งานได้เลย</p>
<p>ถือเป็นการเริ่มใช้วันที่ 2 แล้ว สำหรับ โครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งนี้ หลังจากลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอพพ์ <strong>“เป๋าตัง”</strong> รวมไปถึงได้รับสิทธิ 2,000-2,400 บาทแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มใช้สิทธิเมื่อวัน (29 ต.ค.68) เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีหลายข้องสัยที่ประชาชนหลายคนอาจจะยังไม่รู้ โดยวันนี้ได้รวบรวมว่าไว้แล้ว ดังนี้</p>
<h4><strong>ต้องใช้สิทธิวันแรกไม่เกินวันไหน ไม่ใช้ถูกริบคืน!</strong></h4>
<p><strong>หากไม่ใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 กระทรวงการคลังก็จะริบสิทธิคืนแล้วนำมาเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสใหม่</strong></p>
<h4><strong>วงเงินสูงสุด 200 บาท ใช้ไม่หมดทบไปวันอื่นไหม?</strong></h4>
<p>สำหรับผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5 มาก่อน คงสงสัยว่า วงเงินสูงสุด 200 บาท ที่รัฐออกเงินให้ใช้ต่อวันนั้น หากต้องการใช้ให้หมด ผู้ใช้สิทธิจะต้องเติมเงินเองอีก 200 บาท เพื่อซื้อสินค้าในราคา 400 บาทต่อวันด้วยหรือไม่ <strong>คำตอบ เช่นนั้นแล้วคือ ใช่</strong></p>
<h4><strong>กรณีไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจหายไปไหม?</strong></h4>
<p>หากเราซื้อของในราคาที่เกิน 400 บาท รัฐจะช่วยออกเงินให้ 200 บาทเท่าเดิม ส่วนที่เหลือผู้ใช้สิทธิต้องออกเอง แต่ถ้าเกิดว่าซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่ถึง 200 บาท ในส่วนที่รัฐจ่ายให้ หรือวันนั้นไม่ได้ใช้สิทธิเลย เงินจะถูกหักไหม</p>
<p>คำตอบ เช่นนั้นแล้วคือ<strong> แม้นว่าวันไหนใช้เงินไม่หมด หรือไม่ได้ใช้เลย เงินที่รัฐให้วันละ 200 บาท จะไม่ถูกตัดทิ้ง ยอดเงินยังคงเหลือตามการใช้จริง</strong></p>
<p>เนื่องจากเงิน 2,000-2,400 บาท ที่ได้มาเป็นที่สามารถใช้จ่ายได้ตลอดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 2568</p>
<h4><strong>ต้องกดเข้าป๊อปอัพ/แบนเนอร โครงการคนลุครึ่งพลัส ก่อนสแกนจ่าย</strong></h4>
<p>ทั้งนี้ หลังเริ่มใช้โครงการคนละครึ่ง ปรากฏว่ามีประชาชนลายคนสับสน สแกนจ่ายโดยไม่ได้กดเข้าที่ป๊อปอัพ โครงการคนละครึ่ง ส่งผลให้การสะแกนจ่ายครั้งนั้นต้องจ่ายราคาเต็ม ดังนั้น โปรดระวัง แนะนำให้กดเข้าที่ ป๊อปอัพ/แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งก่อน ค่อยกดที่แถบสแกนจ่าย</p>
<p>นอกจากนี้ มีบางร้านค้าที่ฉวยโอกาส ไม่เปิดเสียแจ้งเตือน ร่วมด้วยอ้างว่าเงินยังไม่เข้า ให้ลูกค้าสแกนหลายครั้ง ส่งผลให้เสียทรัพย์มากกว่าจำนวนจริง</p>
<p><img class="size-full wp-image-5433236 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633480600-1.jpg" alt="" width="1271" height="724" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /> <img class="size-full wp-image-5433237 aligncenter" src="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/10/1761633467399-1.jpg" alt="" width="1263" height="713" data-has-syndication-rights="1" data-portal-copyright="Matichon Public Co.,Ltd." /></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวดี ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/164</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ยะลา เมืองน่าเที่ยว วันนี้ถึงปีใหม่ 2568-2569</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/163</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 03:58:52 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[30หากคุณกำลังมองหาแหล่งพลังงานดี ๆ หมายรวมไปถึงเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งในดินแดนใต้สุดของสยาม “จังหวัดยะลา” คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! เพราะยะลาไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p>30หากคุณกำลังมองหาแหล่งพลังงานดี ๆ หมายรวมไปถึงเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งในดินแดนใต้สุดของสยาม <strong>“จังหวัดยะลา”</strong> คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! เพราะยะลาไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร หรืออาหารอร่อยเพียงแค่นั้น แต่ที่นี่เท่ากับเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมประกอบกับความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข</p>
<p>พาเดินทางตามรอย <strong>“</strong><strong>สายศรัทธา</strong><strong>”</strong> สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และก็สัมผัสพลังบวกจากอารยธรรมที่หล่อหลอมยะลาให้กลายเป็นเมืองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร</p>
<p><strong>วอร์มอัปก่อนมู</strong><strong>! </strong><strong>รู้จักยะลาให้มากกว่าเดิมที่</strong><strong> “</strong><strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong><strong>“</strong></p>
<p>ก่อนจะไปไหว้ ไปขอพร เรามาทำความรู้จักกับต้นทุนทางประวัติศาสตร์และก็วัฒนธรรมของยะลาให้ลึกซึ้ง ที่แรกที่ต้องปักหมุดหมายความว่า <strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong><strong> (MUSEUM OF YALA CITY)</strong> พื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เทศบาลนครยะลาตั้งใจสรรค์สร้าง เสมือนห้องรับแขกที่รวบรวมเรื่องราวของเมืองยะลาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ประกอบไปด้วยก้าวไปสู่อนาคตไว้อย่างครบถ้วน</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321166" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/image-11.jpeg" alt="" /></figure>
</div>
<p>พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 นิทรรศการหลัก ที่นำเสนอด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ชวนตื่นตาตื่นใจ</p>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 1 </strong><strong>ยะลาเมืองของเรา</strong> <strong>เมืองของโลก</strong> เล่าเรื่องตั้งแต่พัฒนาการทางประวัติศาสตร์จนถึงการเป็น Smart City ที่น่าประทับใจที่สุดเท่ากับ <strong>Yala Symphony of Life</strong> ภาพยนตร์เอนิเมชั่นประกอบแสงสีที่พาผจญภัยในนครแห่งความหลากหลายและยั่งยืน</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321171" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture1-4.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 2 </strong><strong>ยะลาเมืองแห่งพลังสร้างสรรค์</strong> โซนนี้ทำให้เราเห็นว่า <strong>“</strong><strong>ของดียะลา</strong><strong>”</strong> มีมากมาย พร้อมเรียนรู้การพัฒนาต่อยอดสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ผลผลิตเลื่องชื่ออย่าง ทุเรียนสะเด็ดน้ำ กล้วยหิน ไปจนถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารจากสังคมพหุวัฒนธรรม ไทยพุทธ ไทยมุสลิม รวมถึงไทยจีน รวมถึงไฮไลต์อย่าง <strong>“</strong><strong>ผ้าปากะยันมลายู</strong><strong>“</strong> ที่มุ่งอนุรักษ์หมายรวมไปถึงส่งเสริมผ้าพื้นเมืองให้ก้าวสู่ระดับสากล</p>
<p><strong>โซนที่</strong><strong> 3 </strong><strong>เมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> พาย้อนรอยประทับใจในประวัติการณ์ครั้ง พระบาทยาตรานครยะลา ชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงนิทรรศการ “เขา ป่า นา เล” ที่สะท้อนถึงภูมิประเทศที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นบทเรียนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321172" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture2-2.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p>นอกจากนี้ยังมีโซนนิทรรศการหมุนเวียน บอกเล่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเมืองยะลา ผ่านข้าวของเครื่องใช้ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ของบางชิ้นเป็นเกมพื้นบ้านหาชมยาก บอกเลยว่ามาที่นี่ได้รู้จักนครยะลามากขึ้นแน่นอน!</p>
<p><strong>พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา</strong> ที่ตั้ง: ริมแม่น้ำปัตตานี ถนนกรุงแสง (หลังธนาคารออมสิน) เปิด: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา: 09.00 – 16.00 น. ค่าบัตร: 20-40 บาท (ผู้พิการรวมทั้งเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าชมฟรี) สอบถามรายละเอียด: โทร. 073-213966</p>
<p><strong>สักการะ</strong><strong> “</strong><strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง</strong><strong>” </strong><strong>ใจกลางผังเมืองที่ดีที่สุดระดับโลก</strong></p>
<p>ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ <strong>นั่นคือ</strong>จุดแลนด์มาร์กสำคัญของนครยะลา ผังเมืองที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของไทย แล้วก็เป็น 1 ใน 23 ของเมืองที่มีผังเมืองที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งใจกลางผังเมืองนครยะลาแห่งนี้นี่เอง เช่นนั้นแล้วคือจุดประดิษฐาน <strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.ยะลา</strong> สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โอบล้อมด้วยสวนสาธารณะ สระน้ำ แล้วก็พลังศรัทธาของผู้คน</p>
<p>ที่นี่เสมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองยะลาที่ต่างเดินทางมาขอพรบวกกับกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองเสมอ ด้วยมีความเชื่อว่า การมาขอพรที่นี่จะช่วยเสริมสิริมงคล ในด้านการงาน การค้าขาย การเดินทาง และสุขภาพ รวมถึงปกป้องคุ้มครองให้ทุกคนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข มีการจัดพิธีสมโภชหลักเมือง 11 วัน 11 คืนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี</p>
<p><em>“</em><em>ท่านศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ</em> <em>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน</em> <em>เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสอบ</em> <em>หรือว่าเรื่องสุขภาพ</em> <em>มาขอพรเจ้าพ่อหลักเมือง</em> <em>ประสบความสำเร็จทุกครั้ง</em><em>”</em> หนึ่งในผู้ศรัทธาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว</p>
<p><strong>ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยะลา</strong> ที่ตั้ง: วงเวียนหน้าศาลากลาง จ.ยะลา เปิด: ทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น.</p>
<p><strong>ขอพรเรื่องสุขภาพ</strong><strong> “</strong><strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว</strong><strong>” </strong><strong>ศูนย์รวมจิตใจชาวไทย</strong><strong>–</strong><strong>จีน</strong></p>
<p>จากศาลพ่อหลักเมืองไม่กี่นาที เดินทางถึง <strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวฉื่อเซี่ยงตึ๊ง</strong> สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนใน จว.ยะลาแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เป็นพี่น้องคนแต้จิ๋วที่มาปักหลักใน จว.ยะลา จึงมีความเชื่อ ความศรัทธาในองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่นี่อย่างมาก</p>
<p><strong>ลชฎา</strong> <strong>สิทธิวรการ</strong> สมาชิกสภาเทศบาลนครยะลาหมายรวมไปถึงหนึ่งในคณะทำงานมูลนิธิแม่กอเหนี่ยว (ฉื่อเซี่ยงตึ๊ง) ยะลา เล่าว่า ศาลเจ้าแห่งนี้มี <strong>องค์ไต่ฮงโจวซือ</strong> เป็นพระประธาน ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาในฐานะ <strong>“</strong><strong>พระหมอ</strong><strong>”</strong> ผู้บุกเบิกการเก็บศพไร้ญาติและก็เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิปอเต็กตึ๊งทั่วประเทศ ผู้คนส่วนใหญ่มาขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เชื่อกันว่าหากเจ็บป่วยมีโรคภัยจะบรรเทาทุเลาลง รวมถึงเรื่องของหายก็มักได้คืน</p>
<p>หากใครค้าขาย พลาดไม่ได้ที่จะไหว้ขอพร <strong>องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว</strong> ซึ่งเป็นที่นับถือบูชาของคน 3 จว.ชายแดนใต้ร่วมกับคนโพ้นทะเลอย่างมาก เชื่อว่าท่านให้โชคลาภเงินทองประกอบกับส่งเสริมคนกตัญญูอย่างยิ่ง ส่วน <strong>องค์เจ้าแม่กวนอิม</strong> ในศาลเจ้าแห่งนี้ ผู้คนมักนิยมมาขอบุตรสร้างครอบครัว</p>
<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img class="wp-image-321173" src="https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/wp-content/uploads/2025/10/Picture3-2.jpg" alt="" /></figure>
</div>
<p>ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่สักการะ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของงานประเพณีสำคัญที่แสดงถึงพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ <strong>งานแห่พระลุยไฟ</strong> ที่จัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 15 วัน รวมทั้งเทศกาลงานสำคัญประจำปี เช่น <strong>งานเทกระจาด</strong> <strong>งานไหว้พระจันทร์</strong> และ <strong>งานเสี่ยซิ้ง</strong> (งานขอบคุณพระเจ้าช่วงสิ้นปี)</p>
<p>ใครมีโอกาสมายะลา สามารถขอพรได้ที่ศาลเจ้าหรือจะร่วมทำบุญกับทางมูลนิธิที่ศาลก็ได้เช่นกัน</p>
<p><strong>ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยวฉื่อเซี่ยงตึ๊งยะลา</strong> ที่ตั้ง: ถนนพุทธภูมิวิถี เมืองยะลา (ตรงข้ามห้างโคลีเซียม) เปิด: ทุกวัน 06.00-18.00 น.</p>
<p><strong>สงบเย็นในถ้ำโบราณ</strong><strong> “</strong><strong>วัดคูหาภิมุข</strong><strong>” </strong><strong>ไหว้พระนอน</strong> <strong>ขอพรยักษ์เจ้าเขา</strong></p>
<p>ปิดท้ายทริปสายศรัทธาด้วยการสัมผัสความสงบท่ามกลางประติมากรรมโบราณที่ <strong>วัดคูหาภิมุข</strong> หรือ <strong>วัดหน้าถ้ำ</strong> วัดนี้ตั้งอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่ใน ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา และก็เคยเป็นศาสนสถานมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย หรือเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองอย่างมากในภาคใต้</p>
<p>บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น มีธารน้ำล้อมรอบ ก่อนเข้าสู่โถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ต้องเดินขึ้นบันได <strong>“</strong><strong>พญานาคดาวดึงส์</strong><strong>“</strong> สูงถึง 111 ขั้น และก็พบกับรูปปั้นยักษ์สูงใหญ่ราว 6 เมตร ที่ยืนตระหง่านอยู่ปากถ้ำ ชาวบ้านเรียกว่า <strong>“</strong><strong>ยักษ์เจ้าเขา</strong><strong>”</strong> หรือ <strong>“</strong><strong>พ่อท่านเจ้าเขา</strong><strong>”</strong> รูปร่างหน้าตาคล้ายชาวพื้นเมืองดั้งเดิม เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก หากผู้ใดทำผิดศีลธรรมหรือทำเรื่องร้ายแรงก็สามารถดลบันดาลให้มีอันเป็นไป แต่หากผู้ใดตั้งมั่นในศีลธรรม เมื่อมากราบไหว้หรือบนบานสิ่งใดก็จะได้รับพรสมปรารถนา หลายคนขอโชคลาภแล้วสมหวัง จึงถวายไม้กระบอง ดอกไม้ ประกอบไปด้วยจุดประทัดเมื่อพรสำเร็จ</p>
<p>เมื่อเข้ามายังโถงถ้ำ สัมผัสได้ถึงความสงบเย็นใจ กราบไหว้ <strong>พระพุทธไสยาสน์</strong> หรือ <strong>พระนอนศรีวิชัย</strong> หรือที่ชาวบ้านเรียกขานว่า <strong>“</strong><strong>พ่อท่านบรรทม</strong><strong>”</strong> พระประธานในถ้ำที่สร้างมามากว่าพันปี มีขนาดความยาวกว่า 24 เมตร ชาวยะลาร่วมกับคนในภาคใต้สักการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน เชื่อกันว่าท่านบันดาลความสงบ ร่มเย็น และก็ความมั่นคงในชีวิตแก่ผู้ศรัทธา</p>
<p>มาเยือนที่นี่แล้วอย่าลืมใช้เวลากับบรรยากาศในถ้ำ ดำดิ่งกับความสงบร่วมกับเย็นสบาย หรือจะชื่นชมธรรมชาติภายนอกมีเส้นทางให้แวะชมอีกหลายจุด เมื่อออกจากถ้ำแล้ว อย่าลืมแวะชมภูมิปัญญาพื้นบ้านใกล้วัดที่ <strong>กลุ่มสีมายา</strong> ที่ชาวบ้านทำผ้ามัดย้อมจาก <strong>“</strong><strong>ดินมายา</strong><strong>“</strong> ซึ่งเป็นดินในถ้ำรวมไปถึงรอบถ้ำ ให้สีธรรมชาติคล้ายสีอิฐที่ติดทนทาน ผสมผสานกับสีจากธรรมชาติอีกหลากชนิด นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก ผ้าพันคอ เป็นของฝากของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</p>
<p><strong>กลุ่มสีมายา</strong> ที่ตั้ง: หน้าวัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง เปิด: ทุกวัน เวลา 9.00-15.00 น. โทร. 086 020 9530</p>
<p>เดินทางครั้งนี้ สัมผัสได้ว่ายะลาเป็นเมืองที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่จินตนาการไว้ ความหลากหลายของวัฒนธรรมที่นี่ชวนรับรู้ถึงความสงบร่วมด้วยพลังบวกที่น่าทึ่ง ทั้งมิติแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน พลังศรัทธาในทุกความเชื่อ และก็ความร่มรื่นของธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว</p>
<p><strong>ใครยังไม่เคยมาลองเปิดใจให้ยะลา แล้วเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง</strong></p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/163</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จีน - สหรัฐฯ จะสงบศึกทางการค้า หรือเปิดหน้าชน จับตาวันนี้</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/162</link>
                        <pubDate>Thu, 30 Oct 2025 01:57:09 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกจับตา! ทรัมป์-สี หารือวันนี้ สงบศึกการค้า หรือเปิดหน้าชนต่อ</strong></p>
<p><strong>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์</strong> ของสหรัฐ กับ<strong> ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง </strong>ของจีน จะพบหารือกันในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ที่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสองชาติมหาอำนาจจะพบกันหลังจากทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ในต้นปีนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในสงครามการค้าที่หลายฝ่ายหวังว่า จะได้รับการแก้ไขประกอบกับยุติลงในการหารือวันนี้</p>
<p>ทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องการกลับไปสู่การสงบศึกทางการค้าที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง แต่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง รวมไปถึงปัจจัยฉุดรั้งทางเศรษฐกิจระยะยาวก็มีแนวโน้มจะดำรงอยู่ต่อไประหว่างสองมหาอำนาจคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก</p>
<p>ทรัมป์ได้แสดงความหวังหลายครั้งว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ เมื่อเขาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค แต่สถานที่พบกันครั้งนี้กลับไม่ใช่เมืองคยองจู สถานที่จัดประชุมผู้นำเอเปคที่เกาหลีใต้ทุ่มเททรัพยากรเวอร์วังอลังการเพื่อให้โลกได้เห็นอดีตเมืองหลวงยาวนานกว่า 992 ปีของอาณาจักรโชซอน แต่เป็นเมืองปูซาน ที่เครื่องบินของเหล่าผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคจะนำเครื่องมาลงจอด</p>
<p>สื่อบางสำนักคาดการณ์ว่า การพบปะหยุดโลกของสองผู้นำชาติเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ประกอบไปด้วย 2 ของโลกในครั้งนี้ อาจจะจัดขึ้นที่สนามบินนานาชาติกิมแฮในเมืองปูซาน ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงเกาหลีใตเพื่อร่วมการประชุมเอเปค รวมถึงก่อนที่ทรัมป์จะออกเดินทางจากเกาหลีใต้ โดยไม่ได้เข้าร่วมภารกิจการประชุมเอเปคใดๆ อย่างเป็นทางการ เว้นแต่การเข้าร่วมดินเนอร์กับผู้นำเอเปคเพียง 8 เขตเศรษฐกิจแค่นั้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี ด้วยการที่ทั้งสองประเทศพร้อมเล่นงานกันอย่างดุเดือดมากขึ้นในการแข่งขันทางเศรษฐกิจรวมไปถึงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นดั่งสงครามเย็นยุคใหม่ คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่เท่ากับ ความสงบชั่วคราวทางการค้านี้จะคงอยู่ยืนยาวได้เพียงใด</p>
<p>สงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ หลังจากที่ปักกิ่งได้ขยายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนครองตลาดโลกเกือบทั้งหมดอยู่<br />ทรัมป์ได้ตอบโต้โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% พร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น การจำกัดการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้ซอฟต์แวร์ของสหรัฐไปยังจีน ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง</p>
<p>หลังจากการเจรจาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่การค้าระดับสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาคาดว่าปักกิ่งจะยอมเลื่อนการบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับแร่หายากออกไปอีกหนึ่งปี และจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวอเมริกันอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบข้อตกลงสำคัญ ที่คาดว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายว่าจะให้ความเห็นชอบ<br />ก่อนการประชุมสุดยอดเอเปค รอยเตอร์ได้เผยมีรายงานพิเศษในวันที่ 29 ตุลาคมว่า จีนได้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน</p>
<p>ไรอัน แฮสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากสถาบันบรูคกิงส์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่เต็มใจที่จะสละอำนาจควบคุมต่อสินค้าหรือเทคโนโลยีที่อีกฝ่ายพึ่งพาอยู่ จุดยืนเหล่านั้นจะยังคงอยู่ เหมือนปืนที่บรรจุกระสุนวางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิมที่มีความสำคัญของแต่ละประเทศ<br />ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า หวังให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของการพบกันอีกหลายครั้งระหว่างทรัมป์ประกอบกับสีในปีหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเยือนกันระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งบ่งชี้ว่ากระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อ แต่ทรัมป์ต้องการเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากการเจรจาครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคธุรกิจทั่วโลก</p>
<p>ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลง หากจีนให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเฟนทานิล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดสังเคราะห์รุนแรงหมายรวมไปถึงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐ</p>
<p>ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาอาจลงนามในข้อตกลงสุดท้ายกับสีเกี่ยวกับแอป TikTok แอปพลิเคชันยอดนิยมที่เผชิญกับคำสั่งแบนในสหรัฐ เว้นแต่บริษัทแม่ชาวจีนจะขายกิจการในสหรัฐ</p>
<p>นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับสหรัฐเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เชิงบวก</p>
<p>ข้อตกลงก่อนหน้านี้ ภาษีตอบโต้กันระหว่างสองประเทศลดลงอย่างมากเหลือประมาณ 55% สำหรับการนำเข้าไปยังสหรัฐ รวมถึง 10% สำหรับสินค้าสหรัฐที่นำเข้าไปยังจีน รวมทั้งได้รื้อฟื้นการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากจากจีน กลับสู่ตลาดโลก โดยข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้</p>
<p>สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์แล้วก็การศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน คาดว่า ทั้งสองฝ่ายคงจะเลือกเตะถ่วงเวลาไปก่อนในตอนนี้ ร่วมด้วยไม่ว่าจะได้ข้อตกลงในรูปแบบใด มันก็คงไม่ได้มีเรื่องราวสาระสำคัญหรือเป็นข้อตกลงที่ยั่งยืนนัก</p>
<p>เคนเนดีกล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สหรัฐกังวลมานานอย่างการเข้าถึงตลาดจีน ร่วมกับการผลิตเกินความต้องการของอุตสาหกรรมจีน ขณะที่สำหรับฝ่ายจีน แค่หลีกเลี่ยงประเด็นเหล่านั้นได้ ก็ถือเป็นชัยชนะแล้ว</p>
<p>การพบปะของทรัมป์ร่วมกับสีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันของทรัมป์ ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ลงนามในข้อตกลงกับญี่ปุ่นประกอบไปด้วยชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่หายาก</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ จากเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/162</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หยุดยาวนี้ ททท. ห่วงบาทแข็ง คนแห่เที่ยวนอกประเทศ</title>
                        <link>https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/161</link>
                        <pubDate>Sat, 11 Oct 2025 02:01:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ททท. คาดหยุดยาวหนุนไทยเที่ยวไทยสะพัด 11,940 ล้านบาท ห่วงบาทแข็งคนแห่บินนอก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<h2>ททท. คาดหยุดยาวหนุนไทยเที่ยวไทยสะพัด 11,940 ล้านบาท ห่วงบาทแข็งคนแห่บินนอก</h2>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์</strong> ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยช่วงวันหยุดยาว เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ปี 2568 ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2568 คาดการณ์ว่า บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567<strong> โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.71 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2% สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 11,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 69% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 42%</strong></p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก เท่ากับ ภาคกลาง 658,200 คน-ครั้ง รองลงมาหมายความว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 581,800 คน-ครั้ง และก็ภาคตะวันออก 524,900 คน-ครั้ง ด้านภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก หมายความว่า กรุงเทพมหานคร 2,780 ล้านบาท รองลงมาเช่นนั้นแล้วคือ ภาคตะวันออก 2,470 ล้านบาท ร่วมกับภาคใต้ 2,290 ล้านบาท</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ส่วนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดนี้ 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต รวมไปถึงนครราชสีมา 5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ อุดรธานีสุพรรณบุรี เชียงราย เลย และนครพนม 10 จ.ยอดนิยมที่มีการจองโรงแรมหรือที่พักจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ในช่วงวันหยุดนี้ ได้แก่ ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ นครราชสีมา กาญจนบุรี ราชบุรี บวกกับระยอง</p>
<p><em><strong>“พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุด จะเป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อพาครอบครัวไปไหว้พระทำบุญช่วงวันออกพรรษารวมไปถึงถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต คาดว่าจะมีการเดินทางข้ามภาคเพิ่มขึ้น ทั้งจากกลุ่มครอบครัวที่ลูกหลานอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ร่วมด้วยแรงหนุนจากมาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่มีการใช้สิทธิจองโรงแรมที่พักในจังหวัดนอกภาคภูมิที่ตนอาศัย ซึ่งมีสัดส่วนถึง 63% ผนวกกับกลุ่มท่องเที่ยวสายบุญสายศรัทธา เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศกาลทอดกฐิน พุทธศาสนิกชนนิยมเดินทางไปทอดกฐินตามวัดต่างๆ ที่นับถือรวมทั้งศรัทธากันเป็นหมู่คณะ ร่วมด้วยมักมีการต่อยอดการเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ด้วย” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว</strong></em></p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ต้นเหตุอุปสรรค ได้แก่ 1.ค่าครองชีพร่วมกับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว มีการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน นับจากเดือนมกราคม ที่ผ่านม มีค่าดัชนีอยู่ในระดับ 90.6 เหลือเพียง 71.3 ในเดือสิงหาคม สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจรวมถึงความไม่มั่นคงทางรายได้ ส่งผลให้คนไทยระมัดระวังประกอบกับใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า 2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยวันหยุดยาวในเดือนตุลาคม จากสถิติคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรรายวัน (สตม.) พบว่า ในปี 2567 มีจำนวนคนไทยเดินทางออกในช่วงวันหยุดยาวเดือนตุลาคม เฉลี่ยวันละ 52,000 คน รวมทั้งคาดว่าในปีนี้น่าจะมีคนไทยเดินทางออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงมาเลเซีย</p>
<p>นางสาวฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า 3.สภาพอากาศยังมีความแปรปรวน เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน มีโอกาสที่จะมีพายุหมายรวมไปถึงมรสุม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บวกกับภาคใต้ อาจเกิดน้ำท่วมประกอบไปด้วยน้ำป่าไหลหลาก ประกอบกับ 4.ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ร่วมกับสระแก้ว ยังคงมีการปะทะกันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์รวมทั้งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว</p>
<hr />
<p>เนื้อหาเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับข่าวทาง มติชนออนไลน์ อย่าพลาดเรื่องราวต่าง ๆ ของเรา ที่เดียว <a href="https://www.klongmuang-krabi.com" rel="dofollow">เที่ยวคลองม่วง กระบี่</a> รวมเรื่องราวสังคม แนะนำแหล่งท่องเที่ยวคลองม่วง จังหวัดกระบี่ และสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://www.klongmuang-krabi.com/board"></category>                        <dc:creator>เด็กในคลอง</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://www.klongmuang-krabi.com/board/topicid/161</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		