เที่ยวหาดคลองม่วง จังหวัดกระบี่

หอยชักตีน ที่คลองม่วง อร่อย

หอยชักตีน ที่คลองม่วง อร่อย
Tags
March 04
04:57 2013

หอยชักตีน หรือ Strombus canarium จัดเป็นหอยฝาเดียวที่จัดอยู่ในครอบครัวของ Strombidae ส่วนใหญ่พบการแพร่กระจายทั่วไปในทะเลแปซิฟิก พบมากตั้งแต่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ไปทางตะวันตกสุดถึงเมลานีเซีย เหนือสุดถึงประเทศญี่ปุ่น และใต้สุดถึงควีนสแลนด์และนิวคาลีโดเนีย โดยทั่วไปแล้วจะอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นทรายปนโคลน และบริเวณหญ้าทะเลและสาหร่าย ตั้งแต่เขตน้ำขึ้น ลง ไปจนถึงในระดับความลึกถึงประมาณ 55 เมตร มีการเก็บมาใช้บริโภคเป็นอาหารในหลายประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

รวมทั้งมีการนำเปลือกมาใช้ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานหัตถกรรมเครื่องใช้และของประดับตกแต่งต่างๆ ขนาดใหญ่สุดมีความยาวเปลือก 10 ซม. แต่โดยทั่วไปมักพบขนาดประมาณ 6-7 ซม. ในประเทศไทยพบหอยชักตีนได้ทั่วไปทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ถือเป็นหอยฝาเดียวชนิดที่พบมาก (common) สามารถพบเปลือกตามชายฝั่งทะเลทั่วไป แต่มีเพียงบางแหล่งที่มีการเก็บหอยชักตีนขึ้นมาใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคอย่างแพร่หลาย

การบริโภคหอยชักตีนที่หาดคลองม่วงส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นแถบจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ระยอง ชุมพร ซึ่งโดยทั่วไปการเก็บหอยชักตีนจะใช้วิธีงมหา หรือเดินเก็บในเวลาน้ำลง ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถพบหอยชักตีนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของทุกอำเภอ และปัจจุบันยังคงมีอยู่ สังเกตได้จากที่สามารถพบเปลือกหอยใหม่ๆ ตามชายหาดทั่วไป แต่ไม่มีแหล่งที่ทำการประมงเก็บ หอยชักตีน จากธรรมชาติมาบริโภคแพร่หลายเช่นในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน และไม่มีการศึกษาสำรวจอย่างจริงจัง จึงไม่ทราบสภาวะทรัพยากรหอยชักตีนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน

สำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่นั้น เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดที่ติดกับทะเล อาหารทะเลจึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะต้องถามหาเพื่อจะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลที่สด มีราคายุติธรรม หอยชักตีน ถือว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของกระบี่ โดยการนำหอยไปลวกในน้ำเดือด เพื่อให้ส่วนที่คล้ายเท้าของหอยโผล่ออกมา จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็นอย่างยิ่ง หอยชักตีน ตัวหอยมีลักษณะพิเศษ ตรงปากจะมีติ่งคล้ายเล็บยื่นออกมาใช้สำหรับเดิน ชาวบ้านเรียกว่า “ตีน” ปัจจุบันกลายเป็นอาหารขึ้น ภัตตาคาร ราคาค่อนข้างสูง
(ประมาณ 70-120 บาทค่ะต่อจาน) แต่ใครจะนำหอยชักตีนไปทำบุญวันเกิด ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

สำหรับวิธีกินหอยชักตีนให้อร่อยสุดๆ ไปนั้น ให้ดึงส่วนที่เรียกว่า “ตีน” เพื่อให้ตัวหอยหลุดตามออกมาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ชักตีน” หากไม่สามารถใช้มือดึงได้ก็จะใช้ไม้จิ้มฟันหรือเหล็กแหลมเสียบบริเวณเนื้อหอยแล้วดึงออกมาจิ้มน้ำจิ้ม หรือจะกินเปล่าๆ โดยไม่ต้องจิ้มก็ให้ความอร่อยไปอีกแบบ ความอร่อยของหอยจะขึ้นอยู่กับความสดใหม่ของหอย และผีมือการทำน้ำจิ้มด้วย

รสชาติโดยทั่วไปของหอยชักตีน คือมีความหวานนิดๆ มัน เนื้อนุ่ม อร่อย มีคุณค่าประโยชน์มากมาย นอกจากใช้เป็นอาหารว่าง เป็นกับแกล้มหรือเป็นกับข้าวแล้ว เปลือกหอยยังใช้ทำเครื่องประดับบ้านทำเป็นของที่ระลึก โดยนำเปลือกหอยไปทำความสะอาด แล้วนำไปประดิษฐ์เป็นสิ่ง ที่ต้องการ

หอยชักตีน ที่คลองม่วง อร่อย

ชีววิทยาทั่วไปของหอยชักตีน

หอยชักตีนต้องกินที่ คลองม่วง กระบี่ เป็นหอยที่ขูดกินสาหร่ายและซากอินทรียสารต่างๆ เป็นอาหาร การสืบพันธุ์เป็นแบบผสมภายใน โดยมีเพศผู้ เพศเมียแยกกัน จับคู่ผสมพันธุ์กัน หลังจากนั้นจะวางไข่มีวุ้นหุ้มลักษณะเป็นสายยาวสีขาว ขดเป็นกระจุกคล้ายเส้นหมี่ ไข่จะพัฒนาใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 วัน จึงฟักออกเป็นตัวลูกหอย ซึ่งจะดำรงชีวิตว่ายน้ำ กรองกินแพลงก์ตอนพืชเล็กๆ เป็นอาหารอยู่ประมาณ 11-14 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่ระยะลงพื้น เปลี่ยนการดำรงชีวิตเป็นขูดกินตะไคร่สาหร่ายหรืออินทรียสารต่างๆ ลูกหอยที่ได้จากการเพาะพันธุ์จะเติบโตได้ขนาดความยาวเปลือก 0.5-1 ซม. ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน

การเพาะพันธุ์หอยชักตีน

การเพาะขยายพันธุ์หอยชักตีน สถานที่ท่องเที่ยว หาดอ่าวทึง ดำเนินการได้ประสบผลสำเร็จเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2543 โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ในปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลูกหอยที่เพาะพันธุ์ได้ลงปล่อยในแหล่งธรรมชาติ หลังจากนั้น ในปี 2544 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้นำพันธุ์หอยชักตีนมาจากกระบี่เพื่อใช้ในงานทดลองทางวิชาการ หอยที่นำมาศึกษาได้วางไข่

จึงทดลองทำการอนุบาลลูกหอยและสามารถผลิตลูกพันธุ์หอยชักตีนได้จำนวนมาก จึงดำเนินการผลิตลูกพันธุ์หอยชักตีนขนาด 0.3–1 ซม. เพื่อส่งให้ศูนย์ฯ กระบี่นำไปอนุบาลและนำลงปล่อยทะเลต่อไป โดยมีผลผลิตลูกหอยที่ส่งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ ในปี 2545 จำนวนรวมทั้งสิ้น 145,000 ตัว (เป็นลูกหอยขนาด 0.1-0.3 ซม. 85,000 ตัว และขนาด 0.3-1.0 ซม. จำนวน 60,000 ตัว) และในปี 2546 จำนวนรวม 50,000 ตัว (ขนาด 0.1-1.0 ซม. 25,000 ตัว และขนาด 0.3-1.5 ซม. จำนวน 25,000 ตัว) ในปัจจุบันยังมีลูกหอยขนาด 0.5-2.0 ซม. เหลืออยู่ที่ศูนย์ฯ ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมส่งให้กระบี่ จำนวนประมาณ 8,500 ตัว

โดยลูกหอยสายพันธุ์จากฝั่งอันดามันจะส่งไปปล่อยเฉพาะในทะเลฝั่งอันดามันเท่านั้น เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2546 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ได้รวบรวมพ่อแม่พันธุ์หอยชักตีนฝั่งอ่าวไทยจากจังหวัดชุมพร นำมาทดลองเพาะเลี้ยง และได้ลูกหอยฝั่งอ่าวไทยชุดแรก ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 8 สัปดาห์ มีขนาดความยาวเปลือกประมาณ 0.4-1.5 ซม. จำนวนประมาณ 30,000 ตัว ลูกหอยชุดนี้พร้อมที่จะนำลงปล่อยในทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์หรือชายฝั่งอ่าวไทยได้ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2546 จังหวัดกระบี่ได้นำหอยชักตีนทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบรมราชินีนาถ ในการนี้ ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า ให้ศึกษารายละเอียด หอยชักตีนจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในทะเลพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้หรือไม่อย่างไร หากเจริญเติบโตได้ดี ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดหาพันธุ์มาปล่อยต่อไป เพื่อเป็นการรับสนองพระราชประสงค์ กรมประมงได้ทำการผลิตลูกพันธุ์หอยชักตีนจากโรงเพาะฟัก และเตรียมการเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทรงปล่อยลงชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

ที่มา : http://www.fisheries.go.th